28 Weeks Later มหาภัยเชื้อนรกถล่มเมือง

ประเภท แอ๊คชั่น

เรื่องย่อ (Synopsis) ภาพยนตร์เรื่อง 28 WEEKS LATER หรือ มหาภัยเชื้อนรกถล่มเมือง เป็นการสานต่อจาก 28 Days Later ที่ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม โดยหยิบยกเหตุการณ์ช่วง 6 เดือนหลังจากที่มหาภัยเชื้อนรกถล่มดินแดนสหราชอาณาจักร (Mainland Britain) กองทัพสหรัฐประกาศชัยชนะเหนือสงครามปราบเชื้อไวรัส และพร้อมที่จะเริ่มฟื้นฟูสภาพบ้านเมืองขึ้นมาใหม่ เมื่อผู้อพยพกลุ่มแรกเดินทางกลับมาเหยียบบ้านเกิดเมืองนอน ครอบครัวก็ได้อยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้ง แต่มีผู้รอดชีวิตรายหนึ่งกุมความลับสยองไว้โดยที่เจ้าหล่อนเองก็ไม่รู้ตัว เชื้อนรกยังไม่ตายสิ้นซาก และเมื่อมันหวนกลับมาถล่มเมืองครั้งใหม่ ก็อันตรายยิ่งกว่าเดิมหลายเท่านัก

 



 

เบื้องหลังงานสร้างภาพยนตร์ (Production Information)

ย้อนรอยที่มาที่ไป (HOW IT ALL STARTED…) ภาพยนตร์เรื่อง 28 WEEKS LATER หรือ มหาภัยเชื้อนรกถล่มเมือง เป็นภาคต่อของ 28 Days Later ที่ประสบความสำเร็จทั่วโลกเมื่อปี 2003 ซึ่งผู้กำกับภาพยนตร์ภาคล่าสุดนี้คือฮวน คาร์ลอส เฟรสนาดิลโล่ (Juan Carlos Fresnadillo จาก Intacto) และอำนวยการสร้างภาพยนตร์โดยเอ็นริเก้ โลเปซ-ลาวีน (Enrique L?pez-Lavigne), แอนดรู แม็คโดนัลด์ (Andrew Macdonald), และอัลลอน รีช (Allon Reich) โรแวน โจ้ฟ (Rowan Joffe), ฮวน คาร์ลอส เฟรสนาดิลโล่ (Juan Carlos Fresnadillo), เอ็นริเก้ โลเปซ-ลาวีน (Enrique L?pez-Lavigne), และเฮซูส โอลโม่ (Jesus Olmo) เป็นผู้เขียนบทภาพยนตร์เรื่อง 28 WEEKS LATER หรือ มหาภัยเชื้อนรกถล่มเมือง โดยมีแดนนี่ บอยล์ (Danny Boyle) กับอเล็กซ์ การ์แลนด์ (Alex Garland) เป็นผู้บริหารงานอำนวยการสร้างภาพยนตร์

 

นักแสดงชื่อดังที่มาร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่อง 28 WEEKS LATER หรือ มหาภัยเชื้อนรกถล่มเมือง ก็มี โรเบิร์ต คาร์ไลล์ (Robert Carlyle จาก The Full Monty และ Trainspotting), โรส เบิร์น (Rose Byrne จาก Sunshine และ Troy), เจเรมี่ เร็นเนอร์ (Jeremy Renner จาก The Assassination of Jesse James และ Dahmer), แฮโรลด์ เพอร์รินัว (Harold Perrineau จาก The Matrix Reloaded กับ The Matrix Revolutions และ Lost), แคทเธอรีน แม็คคอร์แม็ค (Catherine McCormack จาก Braveheart และ Spy Game), อิโมเจน พูท (Imogen Poots จาก V For Vendetta), และไอดริส เอลบา (Idris Elba จาก The Wire) และนักแสดงหน้าใหม่ดาวรุ่งรุ่นเยาว์อายุ 12 ขวบชื่อแม็คอินทอช มักเกิลตั้น (Mackintosh Muggleton) มาแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิตด้วย

 

4 ปีหลังจากที่ 28 Days Later ประสบความสำเร็จอย่างสูงทั่วโลก คณะผู้กำกับ, ผู้อำนวยการสร้าง, และผู้เขียนบทภาพยนตร์ของแดนนี่ บอยล์ (Danny Boyle), แอนดรู แม็คโดนัลด์ (Andrew Macdonald), และอเล็กซ์ การ์แลนด์ (Alex Garland) ก็รู้สึกว่าน่าจะถึงเวลาสร้างภาคต่อกันได้แล้ว "เราก็ประหลาดใจไม่น้อยที่ภาคแรกประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้น โดยเฉพาะในอเมริกา (America)" ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ แอนดรู แม็คโดนัลด์ (Andrew Macdonald) เล่า "เรามองเห็นโอกาสที่จะสร้างภาคสอง ซึ่งมีผู้ชมจำนวนมากรอดู เราคิดว่าน่าจะลองสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมอีกสักครั้ง มันยาากที่จะหาเรื่องราวสมน้ำสมเนื้อกับภาคแรกที่ทรงพลังและลึกล้ำแบบที่ แดนนี่ กับ อเล็กซ์ สร้างมาตรฐานในภาคแรกไว้เสียสูงส่งขนาดนั้น"

ก่อนอื่นเลยคณะผู้สร้างภาพยนตร์ต้องติดสินใจว่า เหตุการณ์ในภาคสองนี้จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ จะจับเอาสถานการณ์ช่วงหลังจากเกิดเหตุในภาคแรก หรือจะย้อนเวลาไปยังช่วงก่อนเกิดสถานการณ์ในภาคแรก จำเป็นจะต้องใช้นักแสดงจากภาคแรกมาร่วมแสดงไหม ในเมื่อ 28 Days Later บอกเล่าเรื่องราวตั้งแต่เชื้อนรกถูกคิดค้นขึ้นมาได้อย่างไร แล้วก็เริ่มแพร่ไปสู่กลุ่มนักอนุรักษ์ผู้รณรงค์เพื่อสิทธิสัตว์ที่บุกเข้ามาถึงศูนย์วิจัยที่ใช้ลิงเป็นสัตว์ทดลอง โดยเลือดเพียงหยดเดียวเชื้อนรกก็แพร่กระจายไปทั่วบ้านทั่วเมืองกลายเป็นการสังหารหมู่สุดสยอง ด้วยเวลาเพียง 28 วันทั้งประเทศก็เต็มไปด้วยเชื้อนรก มีผู้รอดชีวิตเพียงหยิบมือที่พยายามดิ้นรนเอาตัวให้รอดเพื่อสร้างอนาคตใหม่ให้กับแผ่นดินบ้านเกิดเมืองนอน "อเล็กซ์เสนอแนวคิดหลากหลาย ซึ่งในที่สุดเราก็ตกลงเลือกประเด็นที่ว่า จะเกิดอะไรขึ้นกับสหราชอาณาจักร (UK) หลังจากเชื้อนรกถูกกำจัดแล้ว และมาตรการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดถูกผ่อนปรน" แม็คโดนัลด์สาธยาย "มันจะเป็นอย่างไร หากมีผู้คนเพียง 500 ชีวิตเขามาเริ่มก่อร่างสร้างอังกฤษขึ้นมาใหม่ ใครจะเป็นคนจัดระเบียบให้กับเหล่าผู้รอดชีวิตและผู้อพยพที่กลับเข้ามายังแผ่นดินบ้านเกิดเมืองนอนอีกครั้ง แล้วพวกคนท้องถิ่นที่รอดชีวิตจากมหาภัยครั้งก่อนมาได้เล่า คำถามทั้งหมดนั่นทำให้เราสนใจใคร่รู้ แล้วเรื่องราวในภาคต่ก็วนเวียนอยู่กับการหาคำตอบทั้งหมดนั่นแหละ"

 

เมื่อทาบทามโรแวน โจ้ฟ (Rowan Joffe) ผู้เขียนบทภาพยนตร์เรื่อง 28 WEEKS LATER หรือ มหาภัยเชื้อนรกถล่มเมือง ที่เขียนบท Gas Attack กับ Last Resort มาเขียนบทร่างฉบับแรกของภาพยนตร์ภาคต่อเรื่องนี้ได้แล้ว กระบวนการเฟ้นหาผู้กำกับหน้าใหม่ที่มีความสามารถโดดเด่นพอจะทาบรัศมีของบอยล์ก็เริ่มขึ้น เพราะผู้กำกับภาพยนตร์ต้องสร้างมุมมองใหม่ และสอดแทรกวิสัยทัศน์ที่เป็นเอกลักษณ์ให้กับภาคนี้ "เราอยากได้นักสร้างหนังที่มีความเป็นตัวของตัวเอง มาช่วยสร้างความแปลกใหม่ให้ภาคต่อแตกต่างอย่างโดดเด่นได้" บอยล์เล่า "มหานครลอนดอน (London) เป็นองค์ประกอบสำคัญยิ่งยวดในภาคแรก เราคิดกันว่าถ้าหากได้คนนอกสหราชอาณาจักร (UK) เข้ามาศึกษาและกำกับหนังภาคนี้ ก็น่าจะเป็นวิธีการนำเสนอที่ช่วยให้เมืองหลวงแห่งนี้ดูสดใหม่ไม่คุ้นตาได้"

บอยล์เพิ่งได้ดู Intacto ภาพยนตร์ระทึกขวัญแหวกแนว ซึ่งเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของฮวน คาร์ลอส เฟรสนาดิลโล่ (Juan Carlos Fresnadillo) ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวสเปน (Spanish) ที่ไม่เพียงจะได้รับชื่นชมจากบรรดานักวิจารณ์ หากประสบความสำเร็จไปทั่วโลก "ผมมองว่า Intacto นี่น่าทึ่งเลยล่ะ" บอยล์เล่า "เป็นหนังลุ้นระทึกที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและพลังมหาศาล แล้วก็เป็นงานสร้างที่เป็นตัวของตัวเองสูงมาก ๆ ผมแนะนำให้แอนดรู แม็คโดนัลด์ (Andrew Macdonald - ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์) กับอเล็กซ์ การ์แลนด์ (Alex Garland - ผู้บริหารงานอำนวยการสร้างภาพยนตร์) ดูหนังกันก่อน แล้วค่อยลองไปคุยกับฮวน คาร์ลอส (Juan Carlos) ว่าอยากจะมากำกับภาพยนตร์เรื่อง 28 WEEKS LATER หรือ มหาภัยเชื้อนรกถล่มเมือง ไหม" หลังจากดู Intacto แล้วแม็คโดนัลด์กับการ์แลนด์ก็มั่นใจว่า เฟรสนาดิลโล่คือผู้กำกับภาพยนตร์คนที่พวกเขามองหาอยู่แน่ ๆ ซึ่งคณะผู้สร้างก็ดีใจจนเนื้อเต้นเมื่อฮวน คาร์ลอส เฟรสนาดิลโล่ (Juan Carlos Fresnadillo) รับการทาบทามให้มากำกับภาพยนตร์เรื่อง 28 WEEKS LATER หรือ มหาภัยเชื้อนรกถล่มเมือง พร้อมพ่วง เอ็นริเก้ โลเปซ-ลาวีน (Enrique L?pez-Lavigne) ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์คู่ใจมาร่วมสร้างภาคต่อนี้ด้วย อัลลอน รีช (Allon Reich) ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์เล่าว่า "ฮวน คาร์ลอสกับโลเปซ-ลาวีนเป็นสองพลังคู่ที่น่าทึ่งมาก ฮวน คาร์ลอสเป็นหัวคิดที่ช่างพิถีพิถันในทุกรายละเอียด...ในขณะที่เอ็นริเก้เป็นพลังขับเคลื่อน เป็นคอหนังพันธุ์แท้ และดูหนังแนวนี้มาหมดแล้วทุกเรื่อง ซึ่งผมก็คิดว่า ทั้งคู่เห็นหยินและยางที่ลงตัวสุด ๆ แล้ววิธีการที่ทั้งคู่ดำเนินชีวิตนี่ทำให้ทุกอย่างที่เขาสร้างเกิดจากการกลั่นสมองสุดสร้างสรรค์ล้วน ๆ"

 

เฟรสนาดิลโลจดจำวันที่ DNA ทาบทามเขาได้ดี "ผมเป็นแฟนตัวยงของ 28 Days Later การได้รับเชิญให้มากำกับภาคต่อนี่ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่ง แต่ในขณะเดียวกันมันก็เป็นภาระกิจที่น่าหวั่นใจอยู่ไม่น้อย ผมไม่แน่ใจว่าจะทำยังไงให้ภาคต่อดีกว่าภาคแรก หรือทาบรัศมีของมันไหวหรือเปล่าด้วยซ้ำ แต่พวกที่ DNA ก็ตื้อผมอยู่ราวเดือนหรือสองเดือน จนกระทั่งได้เจอกันครั้งแรกนั่นแหละ พวกเขาทำให้ผมรู้สึกสบายใจที่จะทำงานนี้ เพราะพวกเขาเปิดกว้างยอมรับแนวคิดของผมอย่างเต็มที่"

เฟรสนาดิลโล่กับโลเปซ-ลาวีนเริ่มเกลาบทภาพยนตร์ภาคต่อฉบับร่างโดยมีเฮซูส โอลโม่ (Jesus Olmo) ผู้เขียนบทภาพยนตร์ชาวสเปน (Spanish) ช่วยด้วยอีกแรง เรื่องราวในภาคต่อจึงเน้นที่ครอบครัวธรรมดา ๆ กับผลพวงจากสถานการณ์มหาภัยที่เกิดขึ้นในภาคแรก โลเปซ-ลาวีนเล่าว่า "เรื่องราวของครอบครัวเป้นแนวคิดที่เราคิดว่ายอดเยี่ยมมาก เพราเราสามารถจะปรับเปลี่ยนให้มันพัฒนาไปในทิศทางที่เราต้องการอย่างไรก็ได้ แต่มันก็มีประเด็นที่เป็นปัญหาอยู่ดี เพราะถ้าเราอาศัยโครงสร้างของตัวละครแบบครอบครัว เรื่องราวก็จะถูกมองผ่านมุมมองของสมาชิก 4 คน แทนที่จะมาจากมุมมองของคนใดคนหนึ่งเท่านั้น แต่เรากลับมองว่านั่นจะเป็นปัจจัยแทรกเสริมเข้ามาให้เรื่องราวของภาคต่อหนักแน่นยิ่งขึ้น ซึ่งเมื่อเราได้เรื่องราวเป็นชิ้นเป็นอัน มันก็ทำให้เราเชื่อตามท้องเรื่องนั้น ๆ กันอย่างหมดใจ เพราะมันว่าด้วยข้อเท็จจริงที่ว่า ไม่เคยมีใครหนีผลของกรรมที่ก่อไว้ในอดีตรอดพ้นไปได้อย่างลอยนวลหรอก"

 

เฟรสนาดิลโล่เล่าถึงกระบวนการเขียนบทภาพยนตร์ภาคต่อเรื่องนี้ว่า "เราเกลาบทภาพยนตร์เรื่องนี้กันเกือบปี จนได้บทหนังที่เราปลื้มกันจริง ๆ แต่ผมห่วงอยู่เหมือนกันว่าผู้อำนวยการสร้างจะชอบเหมือนกับพวกเราหรือเปล่า เพราะมันพิเศษและแตกต่างไปจากภาคแรกไม่น้อย แม้จะเดินรอยตามภาคแรกทั้งแง่แนวทางและสถานการณ์ว่าด้วยมหาภัยเชื้อนรกถล่มเมือง ซึ่งผมก็แปลกใจเหมือนกันที่พวกเขาชอบบทหนังภาคต่อนี้มาก"

บอยล์เล่าถึงการร่วมงานกับเฟรสนาดิลโล่ว่า "เขาเป็นคนที่สัมผัสวัฒนธรรมสองโลกอย่างเข้าถึง จึงเป็นบุคคลที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง และมีมุมมองที่พิเศษแตกต่างไปจากการให้นักสร้างหนังชาวอังกฤษมาสร้างตอนต่อจากภาคแรกที่ผมสร้างไว้อย่างแน่นอน คุณจำเป็นต้องได้มุมมองที่แตกต่างในการสร้างภาคต่อ ซึ่งนั่นจะหาได้จากผู้กำกับชาวละตินอเมริกัน (Latin American) และสเปน (Spanish) ที่สร้างเสน่ห์ให้กับโลกภาพยนตร์ชนิดหาตัวจับได้ยาก ผมว่ามันยอดเยี่ยมที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างหนังภาคต่อเรื่องนี้"