Bruno - บรูโน่
ภาพยนตร์ตลก ขำขัน เบาสมอง

ประเภท ตลก

สัญชาติ อเมริกา

อำนวยการสร้าง
-ซาช่า บารอน โคเฮน (Borat, Ali G)

กำกับ
-ลาร์รี่ ชาร์ล (Borat, Religulous)

เขียนบท
-ซาช่า บารอน โคเฮน (Borat, Ali G)

นำแสดง
-ซาช่า บารอน โคเฮน (Borat, Ali G) , กุสตาฟ แฮมเมอร์สไตน์ (Together)

กำหนดฉาย 30 กรกฎาคม 2552
จัดจำหน่าย มงคลเมเจอร์

 



ในขณะที่ บารอน โคเฮน และผู้สมรู้ร่วมคิดได้อุปโลกน์ให้ บรูโน่ เป็นหนึ่งในทีมข่าวที่ไปทำข่าวงานแฟชั่นวีคที่ยุโรป พวกเขาก็ได้ศึกษาข้อมูลของแฟชั่นโชว์ต่างๆ ที่เขาสามารถเข้าไปถ่ายทำตามตารางการถ่ายทำ โดยที่ไม่อยากเสี่ยงด้วยการถ่ายทำเพียงเมืองเดียว พวกเขาก็ได้ไปงานแฟชั่นวีคทั้งที่นิวยอร์ค, ปารีส และมิลาน ทีมงานได้ไปถึงมิลานแฟชั่นวีคในช่วงปลายเดือนกันยายนปี 2008 พวกเขามีไอเดียถึงสิ่งที่ บรูโน่ จะต้องแต่งตัวในชุดสูทที่ทำด้วยตีนตุ๊กแกทั้งชุด ในที่สุด บารอน โคเฮน ก็ก้าวออกจากรถเดินเข้าไปในแฟชั่นวีค แต่ความพยายามครั้งแรกก็ต้องล้มเหลว เมื่อยามรักษาการณ์จำหน้าเขาได้ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้โยนทีมงาน Bruno ออกจากแฟชั่นโชว์ และตั้งข้อหาเขาว่าบุกรุกสถานที่ส่วนตัว บารอน โคเฮน ยังถูกหมายหัวจากมิลานแฟชั่นวีค โดยทางองค์กรแฟชั่นแห่งประเทศอิตาลีก็ได้ออกจดหมายถึงดีไซน์เนอร์ทุกคนว่า ให้ระวังชายที่ชื่อ บรูโน่ เข้ามาในงานแฟชั่นโชว์ของพวกเขาโดยไม่ได้รับเชิญ ซึ่งถ้าพวกเขาถ้าเจอก็ให้ปฏิเสธไม่ให้เขาและทีมงานเข้างานโดยทันที โดยประกาศนี้ได้ถูกเผยแพร่ทั้งทางทีวี, วิทยุและอินเตอร์เน็ต ซึ่งทำให้บารอน โคเฮน กลายเป็นเหมือนผู้ต้องหาหลบหนีคดี โดยตำรวจมิลานก็ยังได้รับคำสั่งว่า ถ้าเห็น บารอน โคเฮน เมื่อไรก็สามารถจับกุมได้ทันที

 


แม้แผนการของเขาดูจะยากลำบากมากขึ้น แต่ทีมงานก็ไม่ได้ยอมยกธงขาวอย่างแน่นอน โดย บารอน โคเฮน ได้เกิดไอเดียว่าพวกเขาทุกคนต้องเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอก โดยผู้กำกับ ชาร์ล ได้เปลี่ยนทรงผมโกนหนวดโกนเคราออกหมด ในขณะเดียวกันผู้อำนวยการสร้าง มาเซอร์ ก็ได้ตัดผม รวมถึงทีมงานคนอื่นๆที่เครื่องแต่งกายทุกชุดทุกชิ้นของพวกเขาก็ถูกเปลี่ยนใหม่หมด ในที่สุด ทีมงานก็ได้เปลี่ยนร่างกลายเป็นแฟชั่นนิสต้าเหมือนกับสภาพแวดล้อม นี่คงเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะถ่ายฉากชุดตีนตุ๊กแกที่พวกเขาคิดไว้ให้เป็นชิ้นเป็นอัน แต่สิ่งที่ยืนอยู่ระหว่างพวกเขาและฉากก็คือตำรวจ และการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดมากกว่าเดิม ที่คอยตรวจตราจับตัว บรูโน่ อยู่นั้นเอง ช่วงเวลาเพียงแค่ 30 นาทื ก่อนที่งานแฟชั่นโชว์ของดีไซน์เนอร์ อกาธา หลุยส์ เดอ ลา ปราด้า ผู้ที่สร้างชีวิตให้กับ บรูโน่ รู้ว่าเขาควรต้องทำยังไงกับโอกาสทองนี้ ทีมงานก็สร้างตัวตนที่น่าเชื่อถือใหม่ของเขา บรูโน่ ไม่ใช่พิธีกรของรายการ Funkyzeit Mit Bruno อีกต่อไป แต่เขาพรางตัวมาในรูปลักษณ์ของช่างภาพชาวอิตาเลียนที่มีเสื้อผ้าเก๋ไก๋ บารอน โคเฮน ได้เข้าไปกับ ไฮนส์ ช่างแต่งหน้าและผู้ร่วมเขียนบทในงานแฟชั่นโชว์ เขาได้เจอมุมเหมาะที่เปิดโอกาสให้เขาได้เปลี่ยนชุดกลายเป็น บรูโน่ เขาพยายามทำตัวให้นิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยเฉพาะเมื่อเขาห่างจากยามรักษาความปลอดภัยเพียงไม่กี่นิ้ว นักแสดงผู้นี้รู้ว่าถ้าเขาถูกเปิดโปงเมื่อไหร่ ก็อาจจะเป็นโอกาสครั้งสุดท้ายของเขาในการได้ทำแบบนี้ และสิ่งที่พวกเขาได้วางแผนกันไว้ก็จะต้องพังพินาศ อย่างไรก็ตามก่อนที่โชว์จะเริ่ม เขาก็คว้าโอกาสทองและพุ่งตัวออกจากที่หลบซ่อนขึ้นไปในรันเวย์ บารอน โคเฮน เดินวิ่งผ่านเหล่านางแบบที่กำลังยืนตะลึง และในที่สุดเขาก็ถูกรวบโดยยามรักษาความปลอดภัย

 


ทีมงานสร้างรู้สึกปลื้มปิติเมื่อเห็น บารอน โคเฮน ในคราบของ บรูโน่ ที่กำลังใส่ชุดตีนตุ๊กแกลื่นล้มบนรันเวย์ ผู้ชมต่างส่งเสียงโห่อื้ออึงในขณะที่กล้องก็กำลังถ่ายไป จนเมื่อทีมงานได้ภาพตามที่ต้องการแล้ว ทางทีมรักษาความปลอดภัยก็จัดการปิดไฟและลาก บารอน โคเฮน ลงจากรันเวย์ ตำรวจใส่กุญแจมือเขาและพาตัวเขาไปขังในคุก ในขณะที่ทีมงานคนอื่นๆก็กำลังใล่ตามเขา ถึงแม้ว่าเขาจะแก้ตัวว่าตัวเองทำผิดพลาดโดยสุจริต แต่ บารอน โคเฮน ก็ถูกเปลื้องผ้าค้นตัว และถูกสอบปากคำโดยตำรวจถึงเจ็ดนาย ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่สะทกสะท้าย เพราะทีมงานได้มุ่งหน้าไปในการผจญภัยครั้งต่อไป โดยไม่ถึงวันหลังจากที่ บารอน โคเฮน ต้องผ่านการตรวจตราร่างกายแบบหมดจด เขาเอ่ยขึ้นมาว่า "พวกเขาจะไปแฟชั่นวีคที่ปารีสอาทิตย์หน้าต่อกันเลยไหม" ทีมงานคนอื่นๆก็ต่างตอบว่า "ได้เลย... มุ่งหน้าสู่ปารีส" พวกเขาถ่ายทำกันภายในสองวันในเดือนตุลาคม และได้ที่นั่งดีในการแฟชั่นโชว์ของ สเตล่า แม็คคาร์นี่ย์ และ Jean-Charles de Castelbajac ซึ่ง บรูโน่ เองก็ได้ใส่ชุดที่เวิ่นเว้ออีกครั้ง พวกเขายังได้ไปถ่ายทำกันในไนท์คลับที่เบอร์ลิน ซึ่งเป็นฉากที่ บรูโน่ บอกลาโลกแห่งแฟชั่น โดยในระหว่างค่ำคืนอันแสนบ้าคลั่ง บรูโน่ ก็ได้แอบเข้าไปในบู๊ทของดีเจ ปิดเพลงที่กำลังแผดเสียงอยู่ และได้มอบสุนทรพจน์ความยาวกว่า 10 นาทีให้กับนักเที่ยวที่กำลังยืนงงอยู่ ตามคำบอกเล่าของแฟชั่นนิสต้าเสียสติคนนี้ เขาบอกผู้ฟังว่าสุนทรพจน์นี้ "สำคัญที่สุดนับตั้งแต่คำสุนทรพจน์ของ มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์" คงจะไม่ต้องเดาให้มากความ เมื่อนักเที่ยวที่ถวิลหาเสียงดนตรีต่างรู้สึกไม่พอใจ โดยเฉพาะเมื่อดนตรีของพวกเขาถูกปิดลง และเริ่มด่าทอใส่คนแปลกหน้าที่จู่ๆมาพล่ามอะไรให้ฟัง ในที่สุดยามรักษาความปลอดภัยของคลับก็มาโยน บรูโน่ ออกไป ในขณะที่พวกคนเมาที่ไม่พอใจก็เริ่มที่จะทำร้ายร่างกาย บรูโน่ โดยพวกเขาก็ยังได้อัดนักแสดงเข้าที่คอ ในขณะที่อีกคนก็ฉีกเสื้อผ้าเขา และนี่เป็นเพียงบทเรียนแรกของ บรูโน่

 
 


พบกับ Bruno บรูโน่ บทต่อไป 30 กรกฎาคม 2552