CARS 4 ล้อซิ่ง ... ซ่าท้าโลก
( ข้อมูลงานสร้าง )



หลังจากร่ายเวทมนตร์นำพาผู้ชมไปสู่ดินแดนของเล่น แมลง สัตว์ประหลาด ปลาและซูเปอร์ฮีโรแล้ว นักเล่าเรื่องและทีมงานฝ่ายเทคนิคผู้ชำนาญการแห่งพิกซาร์ อนิเมชัน สตูดิโอส์ ("The Incredibles," "Finding Nemo," "Monsters, Inc.") และจอห์น แลสซีเตอร์ ผู้กำกับเจ้าของรางวัลอคาเดมี อวอร์ด ("Toy Story," "Toy Story 2," "A Bug's Life") ก็ได้ออกเดินทางอีกครั้งหนึ่งด้วยการผจญภัยไฮสปีดสุดฮาในโลกยานยนต์ วอลท์ ดิสนีย์ พิคเจอร์ส ภูมิใจเสนอ ภาพยนตร์โดยพิกซาร์ อนิเมชัน สตูดิโอส์ "CARS" เชื้อเพลิงอ็อคเทนสูงที่จะสร้างความหรรษาให้กับผู้ชมทุกเพศทุกวัย ด้วยแรงขับเคลื่อนจากอารมณ์ขัน แอ็กชันและดรามาซาบซึ้งใจ รวมทั้งเทคนิคใหม่ๆ ที่น่าอัศจรรย์ใจ และสิ่งที่ช่วยเสริมสร้างความสนุกสนานคือสกอร์ที่ตื่นเต้นและบทเพลงใหม่ๆ จากแรนดี นิวแมน ศิลปินเจ้าของรางวัลออสการ์ และบทเพลงออริจินอลที่ขับขานโดยศิลปินพรสวรรค์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นเชอริล โครว์, เจมส์ เทย์เลอร์, แบรด เพลสลีย์, แรสแคล แฟลตส์และจอห์น ไมเยอร์ ภาพยนตร์เรื่องนี้ประจวบเหมาะกับการเฉลิมฉลองครบรอบปีที่ 20 ของพิกซาร์และการถูกซื้อกิจการโดยดิสนีย์เมื่อเร็วๆ นี้



เรื่องย่อ

แม็คควีน ไลท์เทนนิง (พากย์เสียงโดยโอเวน วิลสัน) รถแข่งใหม่ซิงร้อนฉ่าที่มีความสำเร็จเป็นแรงขับเคลื่อน แต่เขาก็ได้เรียนรู้ว่า ชีวิตเป็นเรื่องของการเดินทาง ไม่ใช่เส้นชัย เมื่อเขาพบว่าตัวเองต้องวิ่งทางอ้อมตามเส้นทางรู้ท 66 ที่นำไปสู่เรดิเอเตอร์ สปริงส์ ระหว่างการเดินทางข้ามประเทศไปเพื่อเข้าแข่งขันรายการพิสตัน คัพ แชมเปียนชิพในแคลิฟอร์เนียเพื่อประชันความเร็วกับรถแข่งเก๋าเกมสองคัน แม็คควีนก็มีโอกาสได้รู้จักเหล่ารถน่ารัก น่าเอ็นดูของเมืองนี้ ซึ่งประกอบไปด้วย ด็อค ฮัดสัน (รถฮัดสัน ฮอร์เน็ตปี 1951 ที่มีอดีตลึกลับ พากย์เสียงโดยพอล นิวแมน นักแสดงในตำนาน), แซลลี คาร์เรรา (รถปอร์เชสุดเฉียบปี 2002 พากย์เสียงโดยบอนนี ฮันท์) และเมเตอร์ (รถลากเก่าสนิมเขรอะ พากย์เสียงโดยแลร์รี เดอะ เคเบิล กาย) ที่ช่วยให้เขารู้ว่า ยังมีสิ่งอื่นที่สำคัญยิ่งไปกว่าถ้วยรางวัล ชื่อเสียง และการได้รับการสนับสนุน

 

เหล่านักพากย์ชั้นนำยังรวมถึงการด้นอิสระโดยโทนี ชาล็อบ, ไมเคิล คีย์ตัน, ชีค มาริน, จอร์จ คาร์ลิน, แคทเธอรีน เฮลมอนด์และจอห์น แรทเซนเบอร์เกอร์ ที่กลายเป็น "แมวนางกวัก" ประจำพิกซาร์ไปแล้ว ไมเคิล วอลลิซ เจ้าของหนังสือชื่อดัง Route 66: The Mother Road ราชันย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งเส้นทางใหญ่ที่เชื่อมเส้นทางระหว่างทิศเหนือไปสู่ทิศใต้ และทิศตะวันออกไปสู่ทิศตะวันตก พากย์เสียงเป็นเชอร์ริฟประจำเรดิเอเตอร์ สปริงส์

 

ผู้ที่เสริมสร้างความสนุกสนานและความสมจริงให้กับ "CARS" นั้นคือบรรดาคนดังจากโลกรถแข่ง ซึ่งรวมถึง ริชาร์ด เพ็ตตี นักแข่งในตำนานและบทคามีโอ "รถผ่านทาง" ที่พากย์เสียงโดยมาริโอ แอนเดรติ, เดล เอิร์นฮาร์ดท์ จูเนียร์, ดาร์เรล วอลทริป (ผู้ทำสถิติชนะห้าครั้งในการแข่งขันนาสการ์ โคคา โคลา 600) และมิชาเอล ชูมัคเกอร์ ตำนานแห่งการแข่งรถสูตรหนึ่ง ผู้ได้รับการยกย่องให้เป็นนักแข่งกรังด์ปรีซ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล บ็อบ คอสตาส ผู้ให้ความเห็นการแข่งขันโอลิมปิคและกีฬาทั่วๆ ไป ใช้น้ำเสียงที่คุ้นหูของเขาในการพากย์เสียงบ็อบ คัทแลส ผู้จัดการแข่งขันที่เปี่ยมด้วยสีสันของเรื่อง ทอมและเรย์ แม็กลิออซซี (หรือคลิกและแคล็ค พี่น้องแท็ปเพ็ด) เป็นพิธีการรายการเอ็นพีอาร์ยอดนิยม "Car Talk" (แพร่ภาพครั้งแรกในบอสตันปี 1977 และแพร่ภาพไปทั่วประเทศอีกครั้งในสิบปีให้หลัง) ได้เข้ามาเป็นสปอนเซอร์ตัวเครื่องหนัก รัสตี้และดัสตี้ รัสต์อีซ

 

บอนนี ฮันท์ (พากย์เสียงแซลลี) ให้ความเห็นเกี่ยวกับตัวละครเหล่านี้ว่า "ตอนที่ทีมงานพิกซาร์จะเขียนหนังพวกนี้ขึ้นมา พวกเขามักเริ่มจากหัวใจของตัวละครก่อนค่ะ และพอได้หัวใจมาแล้ว มันก็ไม่สำคัญหรอกค่ะว่าภายนอกจะเป็นยังไง แม้กระทั่งรถก็ยังกลายเป็นตัวละครที่มีชีวิตจิตใจขึ้นมาได้ หัวใจและจิตวิญญาณคือสิ่งที่เปลี่ยนให้รถยนต์คันหนึ่งกลายเป็นตัวละครที่มีเลือดเนื้อขึ้นมา มันไม่ใช่แค่สคริปต์หรอกนะคะ ที่ทำให้หนังพวกนี้พิเศษสุด จอห์น แลสซีเตอร์และบรรดาศิลปินที่พิกซาร์รังสรรค์จินตนาการที่เป็นเหมือนขุมทองสำหรับกระบวนการเล่าเรื่องของพวกเขา จินตนาการของพวกเขาจับเอาความใฝ่ฝันที่อยู่ในใจ ชีวิตและค่านิยมของเรา ไม่ว่าอะไรที่คุณจะวาดภาพไว้ในใจ พวกเขาก็จะเนรมิตชีวิตให้มันค่ะ"

 

แรงขับเคลื่อนเบื้องหลัง "CARS" คือจอห์น แลสซีเตอร์ ผู้จับงานการกำกับเป็นครั้งแรกหลังจาก "Toy Story 2" ในปี 1999 ในช่วงเวลาเจ็ดปีที่ผ่านมา นอกเหนือจากการนำทาง "CARS" ในกระบวนการสร้างแล้ว แลสซีเตอร์ยังได้อำนวยการสร้างบริหารและควบคุมงานสร้างภาพยนตร์ทุกเรื่องของพิกซาร์ ("Monsters, Inc.," "Finding Nemo," และ "The Incredibles") และดูแลการสร้างตึกใหม่ของสตูดิโอในเอเมอรี วิลล์, แคลิฟอร์เนีย ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของเขายังได้จับเอาความรักที่แลสซีเตอร์มีต่อรถและการแข่งรถ รวมทั้งเรื่องราวอื่นๆ เขารักอีกด้วย

 

"CARS" ร่วมกำกับโดยโจ แรนท์ ผู้ที่ควบตำแหน่งซูเปอร์ไวเซอร์ฝ่ายเรื่องราวของเรื่อง และพากย์เสียงตัวละครเล็กๆ อีกหลายตัว แรนท์ ผู้เป็นหนึ่งในนักวาดภาพที่เปี่ยมด้วยพรสวรรค์และได้รับการยกย่องมากที่สุดของวงการอนิเมชัน เจ้าของเสียงพากย์ตัวละครที่เป็นที่รักของพิกซาร์อย่าง ตัวเพลี้ยจอมตะกละ เฮมลิค ("A Bug's Life"), เพนกวิน วีซซี ("Toy Story 2") และกุ้ง ฌาค ("Finding Nemo") เขาเสียชีวิตในเดือนสิงหาคม ปี 2005 โดยเขาเคยร่วมงานกับแลสซีเตอร์ในภาพยนตร์ที่แลสซีเตอร์กำกับก่อนหน้านี้ทั้งสามเรื่อง และเขาก็เป็นกุญแจสำคัญในงานพิกซาร์มาตลอดเวลากว่าทศวรรษ

 

ผู้รับหน้าที่ผู้อำนวยการสร้างของเรื่องได้แก่ ดาร์ลา เค. แอนเดอร์สัน ลูกหม้อเก่าของพิกซาร์ ผู้ซึ่งผลงานการอำนวยการสร้างของเธอได้แก่ "A Bug's Life" และ "Monsters, Inc" ด้วยการผสมผสานความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคของเธอเข้ากับความเคารพนับถือและความรู้ที่เธอมีต่อกระบวนการสร้างสรรค์ แอนเดอร์สันได้ทำการดูแลทุกแง่มุมของการผลิตและช่วยสนับสนุนวิสัยทัศน์ของแลสซีเตอร์มาตั้งแต่ต้น ผู้ช่วยอำนวยการสร้างของเรื่องคือทอม พอร์ตเตอร์ ช่างเทคนิคผู้บุกเบิกโลกคอมพิวเตอร์ อนิเมชัน ผู้เป็นส่วนหนึ่งของวงในพิกซาร์มาตั้งแต่แรกเริ่ม ส่วนอีเบน ออสต์บีย์ สมาชิกดั้งเดิมอีกคนหนึ่งของพิกซาร์ รับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค

เรื่องราวของ "CARS" เกิดขึ้นจากความคิดของจอห์น แลสซีเตอร์, โจ แรนท์และจอร์เกน คลูบีน บทภาพยนตร์เรื่องนี้เขียนบทโดยแดน โฟเจลแมน, แลสซีเตอร์, แรนท์, คีล เมอร์เรย์, ฟิล ลอรินและคลูบีน

สิ่งที่สำคัญที่สุดต่อพล็อตและธีมของ "CARS" คือเส้นทางสายรู้ท 66 อันลือชื่อ ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเรื่องราวมากมาย แลสซีเตอร์และทีมงานของเขาได้เดินทางบนเส้นทางสายประวัติศาสตร์เส้นนี้หลายครั้ง เพื่อทำการวิจัยและสังเกตการณ์ความสำคัญและผลกระทบของปรากฏการณ์เชิงวัฒนธรรมที่สำคัญนี้

 

วอลลิซ ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับรู้ท 66 ผู้สำรวจ "ถนนแม่" สายนี้มากว่า 60 ปี ผู้ซึ่งทำหน้าที่เป็นทั้งผู้นำทาง/ผู้ค้นพบทางสำหรับการเดินทางเพื่อสำรวจหลายต่อหลายครั้ง อธิบายว่า "รู้ท 66 เป็นกระจกที่สะท้อนถึงประเทศเราครับ มันสะท้อนถึงความเป็นมาเป็นไปของสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศตลอดเวลา สำหรับคนส่วนใหญ่ ทางหลวงเส้นนี้เป็นถนนที่โด่งดังที่สุดในโลก และมันก็เป็นตัวแทนของโร้ด ทริปในอเมริกาได้เป็นอย่างดี มันเปิดโอกาสที่จะได้ขับรถจากชิคาโก้ (เมืองขนาดใหญ่) ผ่านพื้นที่ภาคกลาง ผ่านดินแดนแถบตะวันตกเฉียงใต้ ผ่านริ้วสีสันไฟนีออน ผ่านทะเลทรายโมฮาวีที่ยิ่งใหญ่ ไปสู่ชายฝั่งแปซิฟิคที่ซานตา มอนิกา รู้ท 66 เป็นถนนที่มักเกิดพายุทรายบ่อยครั้ง ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ถนนเส้นนี้ถูกใช้เป็นเส้นทางลำเลียงทหารโดยพวกจีไอ มันเป็นถนนที่บ็อบบี ทรูปและเอลวิสเดินทาง มันเป็นถนนที่พ่อ แม่และปู่ย่าตายายของเราเดินทาง ทุกคนในประเทศนี้ต่างก็เคยสัมผัสถนนเส้นนั้นทั้งนั้น ไม่ว่าจะในช่วงเวลาไหนในชีวิตและไม่ว่าพวกเขาจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม มันมีสถานะที่ยิ่งใหญ่ มันทำให้สิงห์มอเตอร์ไซค์ได้สัมผัสถึงประสบการณ์ที่พวกเขาจะไม่มีวันได้พบในเมืองใหญ่ๆ ตามชายฝั่งทะเล พวกเขาจะต้องออกเดินทางสู่ใจกลางพายที่แสนเอร็ดอร่อยนั้นเพื่อลิ้มรสมัน ไม่ใช่แค่แทะเล็มกินขอบข้างๆ…และจริงๆ แล้ว ชีวิตเริ่มต้นขึ้นนอกเส้นทางนั่นเองครับ" วอลลิซ ผู้ร่วมเขียนหนังสือ The Art of Cars กับซูซาน ฟิทซ์เจอรัลด์ วอลลิซ ภรรยาของเขา กล่าวสรุป

 

"CARS" ยังเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ท้าทายและก้าวหน้าที่สุดของพิกซาร์จนถึงปัจจุบัน แม้ว่าสตูดิโอแห่งนี้จะเคยนำพาผู้ชมเข้าสู่โลกของเล่น แมลง สัตว์ประหลาด ปลาและซูเปอร์ฮีโรได้อย่างงดงามและน่าเชื่อมาแล้ว แต่การสร้างสรรค์โลกที่สมจริงที่ประชากรมีเพียงรถยนต์กลับเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต่างออกไป

ปณิธานของแลสซีเตอร์ในการสร้างตัวละครรถให้ดูสมจริงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ก่อให้เกิดความท้าทายใหม่ๆ ที่หนักหน่วงสำหรับทีมงานเทคนิคของพิกซาร์ การสร้างภาพยนตร์ที่ตัวละครสร้างขึ้นจากโลหะและมีส่วนเว้าโค้งอย่างมากนั้นหมายถึงการที่พวกเขาจะต้องหาวิธีที่จะแสดงแสงเงาได้อย่างถูกต้อง "CARS" เป็นภาพยนตร์พิกซาร์เรื่องแรกที่ใช้ "การตามรอยแสงอาทิตย์" ซึ่งเป็นเทคนิคที่จะทำให้รถสามารถสะท้อนเงาสิ่งแวดล้อมรอบข้างได้อย่างน่าเชื่อ

การเพิ่มเติมเงาสะท้อนเข้ามาในเกือบจะทุกช็อตของเรื่องทำให้เวลาเรนเดอร์ภาพต้องเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เวลาที่ใช้ในการเรนเดอร์แต่ละเฟรมของเรื่อง "CARS" โดยเฉลี่ยคือ 17 ชั่วโมง แม้กระทั่งด้วยการใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์ 3,000 เครื่องและการประมวลผลที่รวดเร็วราวสายฟ้า ซึ่งเร็วกว่าที่ใช้ใน "The Incredibles" ถึงสี่เท่า การเรนเดอร์ภาพยนตร์ฉบับสมบูรณ์เพียงวินาเดียวก็ยังคงใช้เวลาหลายวัน

แลสซีเตอร์ยังคงยืนกรานที่จะ "ซื่อตรงต่อวัตถุดิบ" และเขาก็สั่งทีมงานอนิเมชันไม่ให้ยืดหรือหดรถในรูปแบบที่จะขัดกันกับโครงสร้างเหล็กของพวกมัน เหล่าอนิเมเตอร์จะต้อง "ทดสอบรถบนถนน" หลายครั้งเพื่อทำให้เหล่าตัวละครโลดแล่นในรูปแบบที่น่าเชื่อและสนุกสนาน และพวกเขาก็ค้นวิธีการโค้งหรือเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ ที่สอดคล้องกับโครงสร้างของมัน บรรดาอนิเมเตอร์ยังค้นพบวิธีการใช้ยางรถยนต์เพื่อเพื่อแทนที่มือในการแสดงอีกด้วย