Jumper จัมพ์เปอร์
ฅนโดดกระชากมิติ

ฉาย 21 กุมภาพันธ์ 2551

กำกับ ดั๊ก ไลแมน

เขียนบท เดวิด โกเยอร์ , ไซม่อน คินเบิร์ก

อำนวยการสร้าง ลูคัส ฟอสเตอร์, ไซม่อน คินเบิร์ก, กับเจย์ แซนเดอร์

บริหารงานสร้าง วินซ์ เจอราร์ดิส, ราล์ฟ วินเซนแนนซ่า, คิม วินเธอร์

ร่วมอำนวยการสร้าง สเตซี่ แมส

แสดงนำ เฮย์เด้น คริสเตนเซ่น, ราเชล บิลสัน, เจมี่ เบล, แซมมวล แอล แจ๊คสัน

 



  
เรื่องย่อ : เดวิด ไร้ซ์ เชื่อมาตลอดชีวิตว่าเขาเป็นปุถุชนสุดแสนจะธรรมดา – จนกระทั่งเขาค้นพบว่า ตัวเองมี “ความสามารถพิเศษ” เหนือสามัญชนยิ่งนัก เดวิดเป็น “จัมพ์เปอร์” ที่สามารถส่งตัวเองจากนิวยอร์คไปโตเกียว หรือซากปรักหักพังในโรม หรือยอดเขาเอฟเวอเรสต์ได้ในพริบตา เขาสามารถไปนั่งชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าได้วันละ 20 ครั้ง แถมควงแฟนสาวไปเดทที่ใดก็ได้ทั่วโลกเพียงแค่กระพริบตา แม้จะฉวยเงินนับล้านดอลล่าร์ไปใช้สบายอกสบายใจเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ความสนุกสนานของเดวิดมีอันต้องพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อเขาตกเป็นผู้ถูกไล่ล่าจากองค์กรที่สาบานตนว่าจะปราบเหล่าจัมพ์เฟอร์ให้สิ้นซาก เดวิดจำใจจับมือกับจัมพ์เปอร์อีกคนก่อนจะโดดเข้าไปเป็น ขุนพลหลัก ของสงครามล้างเผ่าพันธุ์ที่เข่นฆ่ากันอย่างดุเดือดมานับพันปี เมื่อเหตุการณ์พลิกโฉมหน้าโลกใบเดิมให้เดวิดได้ประจักษ์ชัดขึ้นเรื่อย ๆ เขาก็ยิ่งค้นพบความลับ และเบื้องหลังเบื้องลึกสุดมหัศจรรย์ อันเป็นที่มาของความสามารถพิเศษสุดเหลือเชื่อนั่นเอง

 



เกร็ดภาพยนตร์ ตลอดเวลาที่ผ่านมาในโลกเรายังมีคนกลุ่มหนึ่งที่มีความสามารถพิเศษในการหายตัวจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งได้ หรือที่เรียกว่า "โดดล่องหน" พวกเขาใช้ความสามารถนี้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว ในการหลบหนีศัตรูหรือเปลี่ยนแปลงอดีต

ความสามารถในการโดดล่องหนนี้เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรมที่มีมาหลายต่อหลายศตวรรษแล้ว และผู้คนเหล่านี้ก็มีอิสระในการพาตัวเองไปที่ไหนในโลก เมื่อไหร่ก็ได้ที่ต้องการ

ประสบการณ์และอารมณ์มีบทบาทสำคัญในการโดดล่องหน การโดดแต่ละครั้งต้องอาศัยสภาพจิตใจที่พร้อม เพราะมันอาจเกิดอันตรายใหญ่หลวงได้ มนุษย์พันธุ์พิเศษกลุ่มนี้จะเริ่มหายตัวได้ตั้งแต่อายุ 5 ขวบ และยิ่งมีการฝึกฝนบ่อยขึ้น การโดดก็จะทำได้คล่องแคล่วขึ้น อย่างไรก็ตามแม้แต่ผู้ที่มีทักษะดีที่สุดก็อาจก่อความเสียหายให้สภาพแวดล้อมรอบตัวได้ ถ้าตอนโดดอยู่ในภาวการณ์คับขัน มีความโกรธ หรือมีอารมณ์รุนแรง

เมื่อคนโดดล่องหนจากที่หนึ่งไปที่หนึ่ง มันเป็นเหมือนการเจาะช่องของมิติเวลา สิ่งที่เห็นได้จากการโดดล่องหนคือรอยเงา ซึ่งจะล่องลอยอยู่ในอากาศประมาณ 2-3 วินาที เหมือนควันบุหรี่

รอยเงานี้จะเป็นอันตรายต่ออะไรก็ตามที่พยายามจะสัมผัสมัน เช่นลูกปืนที่ระเบิดใกล้ๆ รอยเงาก็จะส่งผลร้ายแรงชนิดที่คาดไม่ถึง นั่นคือเหตุผลที่พวกพาลาดินส์ [นักล่า] ไม่กล้าใช้อาวุธทั่วๆ ไปใกล้ตัวพวกโดดล่องหน แต่รอยเงานี้ก็เป็นประโยชน์สำหรับพวกโดดล่องหนในการตามตัวคนอื่นๆ ที่โดดหายไป เพราะเขาจะหายตัวไปที่ไหนในโลกก็ได้ เมื่อไหร่ก็ได้ที่ต้องการ


กฎของการโดดล่องหน
1) ผู้โดดล่องหนจะหายตัวไปได้เฉพาะในที่ที่เคยไปมาก่อนหรือที่ที่มองเห็นเท่านั้น
2) ผู้โดดล่องหนสามารถนำสิ่งของติดตัวไปได้ แต่ต้องเป็นของที่ไม่ได้ยึดติดอยู่กับพื้น
3) ผู้โดดล่องหนจะไม่สามารถหายตัวไปได้ถ้าตัวถูกยึดติดกับพื้นหรือถูกมัดอยู่กับสิ่งของที่ติดกับพื้น
4) ปัจจัยสำคัญ 4 ประการที่มีผลต่อการโดดล่องหน

• ระดับความสามารถ – ตั้งแต่ขั้นฝึกหัดถึงระดับผู้เชี่ยวชาญ มีผลอย่างยิ่งต่อความแม่นยำของการโดดล่องหน ยิ่งแม่นยำมากก็จะช่วยลดผลกระทบข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ ผู้โดดขั้นฝึกหัดที่ยังไม่ชำนาญจะสร้างผลกระทบเกิดขึ้นมากมายและทิ้งรอยเงาไว้อย่างเห็นได้ชัด

• สภาวะอารมณ์ – ตั้งแต่สงบนิ่งถึงเดือดดาล สิ่งนี้ส่งผลกระทบต่อความความสามารถในการโดดล่องหนเช่นกัน ยิ่งอารมณ์เดือดดาลพลุ่งพล่านมาก ผลกระทบข้างเคียงก็จะเกิดขึ้นมาก แต่ถ้าผู้โดดค่อนข้างสงบนิ่ง ก็จะมีผลกระทบน้อยหรือแทบจะไม่ทิ้งรอยเงาไว้เลย

• ความตั้งใจ – ไม่ทิ้งร่องรอยหรือตั้งใจทำลายล้าง ผู้โดดล่องหนที่มีทักษะดีจะสามารถควบคุมผลกระทบจากการโดดได้ หากเขาตั้งใจจะทำลายล้าง ก็อาจทิ้งพลังร้ายไว้ป่วนพื้นที่ที่เขาจากมาได้

• อุปสรรค - จากง่ายไปยาก ถ้าการโดดทำได้ยาก ก็จะส่งผลกระทบหนักหน่อย เช่น ครั้งแรกที่โดดล่องหนไปพร้อมกับรถยนต์ ก็จะค่อนข้างลำบาก


พาลาดินส์
นานตราบเท่าที่มีพวกโดดล่องหนในโลกนี้ ก็มีกลุ่มคนหนึ่งที่เป็นพวกล่า ซึ่งเรียกตัวเองว่า “พาลาดินส์” -- เป็นลัทธิโบราณที่มีความฝังใจว่าพวกโดดล่องหนเป็นคนที่คุกคามและสร้างความปั่นป่วนให้โลก พาลาดินส์ได้แพร่ขยายไปในกลุ่มองค์กรที่กระหายสงคราม และพวกนี้ก็พร้อมตามล่าและฆ่าพวกโดดล่องหนทั่วโลก

กลุ่มพาลาดินส์เชื่อว่าพวกโดดล่องหนนี้มีพลังอำนาจมากเกินกว่าที่จะให้อยู่ร่วมกับมนุษย์ทั่วไปได้และการโดดของพวกนี้ก็ส่งผลกระทบที่ร้ายกาจต่อโลก พาลาดินส์รุ่นใหม่ๆ จะถูกคัดเลือกจากสมาชิกครอบครัวและรับมอบภารกิจกันมาจากรุ่นสู่รุ่น

พวกพาลาดินส์ได้สั่งสมประสบการณ์และความสามารถพิเศษมาช้านานในการจับจุดพวกโดดล่องหนที่กำลังจะหายตัว และพวกเขาก็ต้องตระเตรียมอาวุธพิเศษเพื่อใช้ในการต่อสู้กับพวกนักโดด

ทุกวันนี้พวกพาลาดินส์ประสบความสำเร็จในการฆ่าพวกโดดล่องหนมากมายเพราะเขาตามล่าและฆ่ากันตั้งแต่ตอนที่พวกนี้เริ่มโดดครั้งแรกในอายุ 5 ขวบ ซึ่งเป็นช่วงที่ยังอ่อนหัดและประสบการณ์น้อย ทำให้มีพวกโดดล่องหนน้อยคนนักที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ต่อไปได้

อาวุธของพาลาดินส์
พาลาดินส์ได้สร้างอาวุธพิเศษที่ใช้จับตัวและฆ่าพวกนักโดด หนึ่งในอาวุธที่สำคัญได้แก่เครื่องยึดตัว ลักษณะคล้ายปืนที่จะยิงโซ่ออกมาตรึงตัวคนได้ เอาไว้ล่ามและช๊อตไฟไม่ให้พวกโดดล่องหนหนีขณะที่พวกเขาเตรียมฆ่า และยังมีอาวุธคล้ายตาข่ายไฟฟ้าที่เอาไว้ใช้จับกุมพวกนักโดด