Revolutionary Road

ถนนแห่งฝัน สองเรานิรันดร์

วันที่เข้าฉาย : 5 กุมภาพันธ์ 2552

แนวหนัง : ดราม่า

กำกับโดย : แซม เมนเดส

นักแสดง : ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ, เคต วินสเลต, เคธี่ เบ็ตส์, ไมเคิล แชนน่อน, แคธรีน ฮาห์น

REVOLUTIONARY ROAD กำกับโดยแซม เมนเดส ( ผู้คว้ารางวัลออสการ์ จากภาพยนตร์เรื่อง AMERICAN BEAUTY ) โดยสร้างจากบทภาพยนตร์ของจัสติน เฮย์ธี่ ภาพยนตร์เรื่องนี้นำแสดงโดยลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ และเคต วินสเลต เสริมด้วยทีมนักแสดงสมทบชื่อดังอย่าง เคธี่ เบ็ตส์ ดาราหญิงที่เคยคว้ารางวัลออสการ์มาแล้ว, แคธรีน ฮาห์น ( BOEING-BOEING ) , ไมเคิล แชนน่อน ( BEFORE THE DEVIL KNOWS YOU’RE DEAD, BUG ) และเดวิด ฮาร์เบอร์ ( AWAKE ) ทีมผู้อำนวยการสร้างของภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้แก่ จอห์น เอ็น ฮาร์ต, สก็อตต์ รูดิน, แซม เมนเดส และบ็อบบี้ โคเฮน ส่วนผู้อำนวยการสร้างบริหาร ได้แก่ แมเรี่ยน โรเซนเบิร์ก, เดวิด เอ็ม ธอมป์สัน และเฮนรี่ เฟอร์เนน

 



 

ดัดแปลงจากนิยายเรื่องเด่นของริชาร์ด เย็ทส์ REVOLUTIONARY ROAD คือการนำเสนอภาพชีวิตแต่งงานของชาวอเมริกันออกมาอย่างเฉียบคม โดยมองผ่านสายตาของแฟรงก์ ( ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ นักแสดงหนุ่มผู้เคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์มาแล้วถึง 3 ครั้ง ) และเอพริล ( เคต วินสเลต ผู้เคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์มาแล้วถึง 5 ครั้ง ) วีลเลอร์ เรื่องราวของเย็ทส์ที่พูดถึงสังคมอเมริกันในปี 1950 ได้ตั้งคำถามที่สะท้อนผ่านความสัมพันธ์ของคนยุคใหม่ที่ว่า”คนสองคนสามารถหลุดพ้นไปจากชีวิตสามัญโดยไม่ต้องพลัดพรากจากกันได้หรือไม่”

 


แฟรงก์กับเอพริลมักมองตัวเองว่าเป็นคนพิเศษ แตกต่าง ผู้พร้อมและยินดีที่จะใช้ชีวิตตามอุดมคติ ดังนั้น ทันทีที่พวกเขาย้ายเข้าบ้านใหม่ที่รีโวลูชั่นนารี่โร้ด พวกเขาได้ประกาศความเป็นอิสระของพวกเขาอย่างภาคภูมิจากชีวิตที่ไร้ชีวิตชีวาในย่านชนบทที่รายล้อมพวกเขาอยู่ และพวกเขายังตั้งใจไว้ว่าจะไม่ยอมติดอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ของสังคมในยุคสมัยนั้น

 


แต่เพราะความหลงใหล ความงดงาม และความอัปยศ พวกวีลเลอร์พบตัวเองกลายเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่ได้คาดหวังไว้ นั่นก็คือการเป็นชายผู้แสนดีที่มีงานประจำทำ ผู้ที่ความหาญกล้าดูจะสูญหายไป กับแม่บ้านที่ไร้ความสุข ผู้หิวกระหายในความสำเร็จและความรัก พวกเขากลายเป็นครอบครัวอเมริกันที่ความฝันสูญสลายไป เช่นเดียวกับครอบครัวอื่นๆ

ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของตัวเอง เอพริลวางแผนการบ้าบิ่นเพื่อจะเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง เธอวางแผนจะทิ้งความสุขสบายของเมืองคอนเน็คติกัตไว้เบื้องหลังเพื่อมุ่งหน้าสู่ความแปลกใหม่ที่ดูดีของปารีส แต่เมื่อเธอเริ่มดำเนินการตามแผน ทั้งเธอและแฟรงก์ต่างถูกผลักดันไปจนถึงที่สุด คนหนึ่งต้องการจะหนีไปไม่ว่าจะต้องสูญเสียสักแค่ไหน ขณะที่อีกคนตั้งใจที่จะรักษาทุกอย่างที่พวกเขามี ไม่ว่าจะต้องยอมสักเพียงใด




REVOLUTIONARY ROAD

“คนส่วนใหญ่อ่านหนังสือเรื่องนี้โดยเข้าใจว่ามันคือนิยายที่เหมือนต่อต้านชีวิตในย่านชานเมือง ซึ่งทำให้ผมรู้สึกผิดหวังมาก...ผมว่ามันเป็นเหมือนข้อกล่าวหา...ถึงความหิวกระหายในการทำตามกฎเกณฑ์ของสังคมที่เกิดขึ้นทั่วประเทศนี้ ไม่ใช่แค่ในย่านนอกเมือง เป็นความพยายามยึดมั่นถือมั่นอย่างสิ้นหวังเพราะอยากมีความปลอดภัยและความมั่นใจ...ผมอยากบอกว่าเส้นทางการเปลี่ยนแปลงของปี 1776 ได้มาถึงจุดที่เป็นเหมือนทางตันในทศวรรษ 50” ริชาร์ด เย็ทส์, บทสัมภาษณ์ใน Ploughshares ปี 1992

ในปี 1961 นิยายของริชาร์ด เย็ทส์ เรื่อง Revolutionary Road ได้เขย่าวงการวรรณกรรม ตัวละครหลักของเรื่อง อันได้แก่ คู่สามีภรรยาหนุ่มสาว แฟรงก์และเอพริล วีลเลอร์ ผู้มีความฝันอันยิ่งใหญ่ ได้กลายมาเป็นคนจริงๆ ในสายตาคนอ่าน นับแต่นั้นเป็นต้นมา พวกเขาได้จุดประกายให้เกิดการโต้แย้งเกี่ยวกับธรรมชาติของชีวิตแต่งงาน บทบาทของชายและหญิงในสังคมยุคใหม่ และความเป็นไปได้ของการประนีประนอมความเป็นจริงในเรื่องต่างๆ ในครอบครัว งาน และความรับผิดชอบที่มาพร้อมกับการถวิลหาความวัยเยาว์ เมื่อแฟรงก์และเอพริลวางแผนการที่จะสร้างชีวิตชีวาให้กับชีวิตแต่งงานของเขากับเธอด้วยการย้ายไปสู่อิสรภาพอันน่ารื่นเริงของนครปารีส มันได้ทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างความฝันของเอพริล และความหวาดกลัวของแฟรงก์ที่กลัวว่าจะไม่อาจทำให้ความฝันเป็นจริงได้

หนังสือนิยายเรื่องนี้ค่อยๆ ก้าวสู่การเป็นหนึ่งในหนังสือที่ส่งอิทธิพลมากที่สุดแห่งศตวรรษ ริชาร์ด ฟอร์ด นักเขียนเจ้าของรางวัลพูลิตเซอร์ ได้กล่าวเอาไว้ว่าหนังสือเรื่องนี้ได้กลายเป็นเหมือนกับ “การจับมือตกลงกันอย่างลับๆ” ในหมู่นักเขียน หมายถึงความรู้ที่พวกเขาร่วมแบ่งปันกันในเรื่องที่ว่านี่คือหนึ่งในนิยายอเมริกันที่หาได้ยาก เป็นนิยายที่ช่วยเปิดหูเปิดตาในแบบที่นักเขียนทุกคนฝันว่าจะได้จรดปลายปากกาเขียนออกมา ดูเหมือนนิยายเรื่องนี้จะจับเอาช่วงเวลาสำคัญในอเมริกา เมื่อคนในชนชั้นกลางเริ่มต้นชีวิตใหม่ท่ามกลางการตื่นตัวจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้ความเป็นอยู่ของทุกครอบครัวมุ่งเน้นไปที่ความมั่งคั่งและมั่นคง แต่มาพร้อมกับความอิ่มเอมใจและการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของสังคม แต่ถึงนิยายเรื่องนี้จะปลุกกระแสสังคมยุคนั้น แต่ตัวนิยายกลับยิงประเด็นที่จับใจและเป็นสากลที่สุดประเด็นหนึ่ง ได้แก่ ความขัดแย้งระหว่างอารมณ์อันรื่นเริงของความคิดตามอุดมคติของหนุ่มสาว กับการประนีประนอมในความสัมพันธ์ของมนุษย์ปุถุชน แม้จะไม่ถึงกับได้รับความนิยมไปทั่ว แต่นิยายเรื่องนี้ได้สร้างกระแสคลื่นใต้น้ำที่ส่งอิทธิพลอย่างลึกซึ้งต่อนักเขียนอเมริกันที่โด่งดังที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20

มันคือการเดินทางอันยาวนานมาก กว่าที่ผลงานชิ้นเยี่ยมของเย็ทส์เรื่องนี้จะก้าวจากหน้ากระดาษไปสู่จอภาพยนตร์ได้ นับแต่ได้รับการตีพิมพ์ออกมาครั้งแรก มีผู้สร้างภาพยนตร์หลายคน ซึ่งรวมถึง จอห์น แฟรงเก้นไฮเมอร์ พยายามจะดัดแปลงหนังสือเรื่องนี้ แต่ยังไม่มีบทภาพยนตร์เวอร์ชั่นไหนสำเร็จลงได้เลย ต่อมา ลิขสิทธิ์ของหนังสือเรื่องนี้ถูกขายให้กับผู้อำนวยการสร้าง อัลเบิร์ต รัดดี้ ด้วยราคา $15,500 เหรียญ และต่อมา อัลเบิร์ตได้ขายลิขสิทธิ์ให้กับแพทริค โอนีล ทางด้านริชาร์ด เย็ทส์นั้นพยายามจะขอลิขสิทธิ์หนังสือนิยายเรื่องนี้คืนมา เพื่อที่ว่าเขาจะทำการดัดแปลงบทภาพยนตร์เอง แต่โอนีล และต่อมา ก็คือภรรยาม่ายของเขา ปฏิเสธที่จะคืนลิขสิทธิ์ให้ เนื่องจากพวกเขาไม่อยากทิ้งจินตนาการที่พวกเขามีต่อภาพยนตร์ที่พวกเขาตั้งใจว่าจะสร้างจากนิยายเรื่องนี้ จนต่อมา เย็ทส์เสียชีวิตลงในปี 1992

บัดนี้ REVOLUTIONARY ROAD ได้ก้าวขึ้นจอภาพยนตร์จนได้ในฐานะผลงานการกำกับของแซม เมนเดส ซึ่งมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักการจากนำเสนอข้อสังเกตที่เขามีต่อชีวิตแบบอเมริกัน และนำแสดงโดยทีมนักแสดงชั้นยอดที่นำทีมโดยลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ และเคต วินสเลต เมนเดสได้ใช้จินตนาการในฐานะผู้กำกับนำเสนอเรื่องราวของแฟรงก์และเอพริล วีลเลอร์ โดยนำเสนอภาพของชีวิตแต่งงานอย่างตรงไปตรงมาบนจอภาพยนตร์