SUNSHINE
ซันไชน์ ยุทธการสยบพระอาทิตย

กำหนดฉาย 5 เมษายน 2550

ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์
- ไม่ใช่นิยายวิทยาศาสตร์ ดวงดาวไม่ได้อยู่ยงคงกระพัน ทุกวินาทีจะมีดาวหนึ่งดวงในจักรวาลแตกดับ พระอาทิตย์เป็นแหล่งพลังงานนิวเคลียร์ ที่มีการแตกตัวตลอดเวลาและมีขนาดใหญ่กว่าโลกล้านเท่า พระอาทิตย์เผาผลาญก๊าซไฮโดรเจน 600 ล้านตันต่อวินาที นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่าพระอาทิตย์จะมีเชื้อเพลิงให้เผาไหม้ต่อไปอีกเพียง 5,000 ล้านปีเท่านั้น แล้วหลังจากนั้นโลกจะเป็นอย่างไร แล้วมนุษยชาติจะอยู่กันอย่างไร



เรื่องย่อ SUNSHINE ซันไชน์ ยุทธการสยบพระอาทิตย์
เรื่องราวเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 2057 เมื่อพระอาทิตย์กำลังจะดับ และมนุษยชาติกำลังจะสูญพันธุ์ ความหวังในการอยู่รอดของโลกทั้งใบขึ้นอยู่กับ Icarus II ยานอวกาศที่มีลูกเรือชาย-หญิง 8 ชีวิต นำโดยกัปตันคาเนดะ (Captain Kaneda) ภาระกิจสำคัญของพวกเขาก็คือ การนำส่งอุปกรณ์นิวเคลียร์ที่ออกแบบเพื่อช่วยกระตุ้นพลังให้กับพระอาทิตย์ที่กำลังจะดับแสง

 

พวกเขาเดินทางกันไกลเกินกว่าจะติดต่อกับพื้นโลกได้ตลอดเวลา ลูกเรือต่างก็รับรู้ถึงความล้มเหลวในภาระกิจเดียวกันนี้ที่เกิดขึ้นกับยาน Icarus I เมื่อเจ็ดปีก่อน อุบัติเหตุร้ายแรงเพียงครั้งเดียวที่เกิดขึ้นส่งผลให้ภาระกิจของพวกเขาถึงกับเข้าขั้นวิกฤต แล้วไม่นานเกินรอ ลูกเรือก็พบว่า พวกเขากำลังต่อสู้ดิ้นรนไม่เพียงเพื่อเอาชีวิตให้รอดและมีสติสัมปะชัญญะครบสมบูรณ์เท่านั้น หากแต่อนาคตของมนุษยชาติว่าจะอยู่รอดหรือไม่...

 

ภาพยนตร์เรื่อง SUNSHINE ซันไชน์ยุทธการสยบพระอาทิตย์ เป็นผลงานแนวลุ้นระทึกที่สอดแทรกความตึงเครียดของการใช้ชีวิตภายใต้ความกดดันของภาระกิจสำคัญและอยู่กันแต่ในสถานที่ซึ่งอึดอัดคับแคบ

 

บริษัทภาพยนตร์ Fox Searchlight Pictures และ DNA FILMS ภูมิใจเสนอผลงานการร่วมสร้างของ UK Film Council กับ Ingenious Film Partners โดยบริษัทสร้างภาพยนตร์ DNA Films เรื่อง SUNSHINE ซันไชน์ยุทธการสยบพระอาทิตย์ ที่กำกับโดย แดนนี่ บอยล์ (Danny Boyle), แอนดรู แม็คโดนัลด์ (Andrew Macdonald) เป็นผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์จากบทต้นฉบับที่อเล็กซ์ การ์แลนด์ (Alex Garland) แต่งขึ้นเอง

 

นำแสดงโดย โร้ส ไบร์น (Rose Bryne จาก Troy) รับบทเป็น แคสซี่ (CASSIE), คลิฟ เคอร์ติส (Cliff Curtis จาก Whale Rider) รับบทเป็น เซียร์เล่ (SEARLE), คริส อีแวน (Chris Evans จาก Fantastic Four) รับบทเป็น เมซ (MACE), ทรอย การิตี้ (Troy Garity จาก After The Sunset) รับบทเป็น ฮาร์วี่ (HARVEY), คิลเลี่ยน เมอร์ฟี่ (Cillian Murphy จาก 28 Days Later, Batman Returns, และ Red Eye) รับบทเป็น คาป้า (CAPA), ฮิโรยูกิ ซานาดะ (Hiroyuki Sanada จาก The Last Samurai) รับบทเป็น คาเนดะ (KANEDA), มาร์ค สตรอง (Mark Strong จาก Syriana) รับบทเป็น พินแบ็คเกอร์ (PINBACKER), เบเนดิค หว่อง (Benedict Wong จาก Dirty Pretty Things) รับบทเป็น เทรย์ (TREY), และ มิเชล โหย่ว (Michelle Yeoh จาก Memoirs Of A Geisha และ Crouching Tiger, Hidden Dragon) รับบทเป็น โคราซ่อน (CORAZON)

ร่วมสมทบด้วย พาโลม่า เบซ่า (Paloma Baeza) รับบทเป็น น้องสาวของคาป้า (CAPA's Sister), และ ชิโพ ชุง (Chipo Chung) ให้เสียง Icarus

ภาพยนตร์เรื่อง SUNSHINE ซันไชน์ยุทธการสยบพระอาทิตย์ จัดจำหน่ายทั่วโลกโดยบริษัทภาพยนตร์ Twentieth Century Fox

 


ข้อมูลเกี่ยวกับพระอาทิตย์ โดย ด๊อกเตอร์ไบรอั้น ค๊อกซ์
THE SUN: THE FACTS by Dr. Brian Cox


พระอาทิตย์ของเราเป็นแหล่งพลังงานนิวเคลียร์ที่มีการแตกตัวตลอดเวลา และมีขนาดใหญ่กว่าโลกล้านเท่า ขุมพลังของพระอาทิตย์อยู่ที่ศูนย์กลางซึ่งเป็นแหล่งจุดระเบิดที่มีอุณหภูมิร้อนแรงสูงถึง 15 ล้านองศา และมีจัตุรัสของวัตถุอันเป็นแก่นกลางหนักราว 150 ตัน หรือ 150,000 กิโลกรัม เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดใหญ่นี่จะขับเคลื่อนให้อะตอมของไฮโดรเจนทำปฏิกิริยาเข้าชนและผนึกกันออกมาเป็นฮีเลี่ยม หากนำไฮโดรเจนเพียง 1 กิโลกรัมมาผ่านกระบวนการแปลงเป็นฮีเลี่ยมแบบนี้ก็จะมีพลังงานมากพออุ้มชูคนอเมริกันถึง 600 ชีวิตได้ 1 ปี

ทุก ๆ วินาทีพระอาทิตย์จะเผาผลาญไฮโดรเจนมากถึง 600 ตัน คิดคร่าวก็จะพบว่าทุกวินาทีนิวเครียส ของไฮโดรเจน 4 ร้อย ล้าน ล้าน ล้าน ล้าน ล้าน ล้าน จะถูกเปลี่ยนเป็น อีเลี่ยม (นั่นก็ราว ๆ 38 น็อท) เพราะกระบวนการสร้างพลังงานนี้เองที่มวลของพระอาทิตย์จะสูญหายไปมากกว่า 4 ล้านตันทุก ๆ วินาที ตรงกับสมการพลังการลือลั่นของไอสไตน์ที่ว่า E=mc2 ซึ่งเท่ากับการจุดระเบิด TNT 1 แสนล้านเม็กกะตันต่อวินาที ด้วยอัตราการแตกดับขนาดนี้ก็คงมีพลังงานให้เผาผลาญไปได้อีกนานราว ๆ 5 พันล้านปี แล้วก็ถึงจุดดับสูญ

พระอาทิตย์ที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันนี้ประกอบไปด้วย ไฮโดรเจน 74% ฮีเลี่ยม 25% และธาตุหนักกับสารประกอบอื่น ๆ อีกเล็กน้อย ซึ่งแม้จะมีเพียงน้อยนิดแต่ก็เป็นส่วนประกอบสำคัญที่ก่อให้เกิดจักรวาล เพราะมันเป็นแก่นของดาวเคราะห์ในระบบสุริยะจักรวาล หลังจากการระเบิดครั้งมหึมา (The Big Bang) ธาตุที่เป็นองค์ประกอบของจักรวาลก็มีเพียง ไฮโดรเจน, ฮีเลี่ยม, และสารประกอบอื่น ๆ เพียงเล็กน้อย แต่ไม่ปรากฏว่ามี คาร์บอน, อ๊อกซิเจน, หรือเหล็กเลย หากไม่นับรวม ไฮโดรเจน แล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างในร่างกายของเราล้วนก่อเกิดมาตั้งแต่ยุคแรกเกิดดาวโบราณทั้งหลาย ก่อนจะถูกเหวี่ยงกลับเข้าระบบสุริยจักรวาลเมื่อเชื้อเพลิงไฮโดรเจนหมดลง และดับสูญไปนะรบวนการที่เราเรียกกันว่า การระเบิดซุบเปอร์โนว่า (Supernova Explosion)

พระอาทิตย์ เป็นดาวรุ่นที่สามซึ่งก่อตัวขึ้นเมื่อราว 4,500 ล้านปีมาแล้ว ตอนนั้นจักรวาลอันกว้างใหญ่เกิดมากว่า 9 พันล้านปีแล้ว นานพอที่ดาวสองรุ่นแรกจะก่อกำเนิดและแตกดับไปแล้ว พระอาทิตย์, โลก, และทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเรา รวมทั้งตัวเราเองด้วย ล้วนถือกำเนิดมาจากกลุ่มก๊าซและฝุ่นผงที่ล่องลอยอยู่ในอวกาศอันเกิดจากการแตกสลายของดาวรุ่นก่อน ๆ ทั้งสิ้น

พระอาทิตย์ อาจจะดูช่างโดดเด่นและมีคุณอนันต์กับพวกเรา แต่มันก็เหมือนกับดวงดาวอีกนับแสนล้านดวงในกาแล็คซี่ และอย่างน้อยก็ไม่ต่างไปจากอีกแสนล้านกาแล็คซี่ในจักรวาลที่พบเจอแล้ว ดังนั้น พระอาทิตย์ จึงไม่ได้พิเศษไปกว่าดาวดวงอื่น ๆ เลย เฉกเช่นดาวดวงอื่นที่เล็กและไม่ได้สลักสำคัญอะไรเลยด้วยซ้ำไป อย่างดาวดวงที่เราคุ้นเคยกัน หากมองขึ้นไปบนท้องฟ้ายามค่ำคืนก็จะเห็น Betelgeuse in Orion (ดาวสีแดงสุกสว่าง ซึ่งสว่างมากที่สุดเป็นอันดับ 9 บนน่านฟ้า) ถ้ามันไปแทนที่ พระอาทิตย์ แล้วโลกทั้งใบต้องอาศัยพึ่งพามันแล้ว ดาวพฤหัสก็อาจจะต้องพึ่งพามันด้วย รัศมีของมันใหญ่กว่าพระอาทิตย์ดวงน้อยของเราถึง 6,500 เท่าด้วยซ้ำไป

ในภาพยนตร์เรื่อง SUNSHINE ซันไชน์ยุทธการสยบพระอาทิตย์ จำลองเหตุการณ์ซึ่งจะเกิดขึ้นกับพระอาทิตย์ชนิดหลีกเลี่ยงไม่ได้ในอีก 5,000 ล้านปีข้างหน้า มาให้ได้ประจักษ์กันเสียตั้งแต่ศตวรรษที่ 21 นี่เลย มันจะเป็นไปได้หรือ เรารวบรวมเหตุกผลที่น่าเชื่อถือ และภาพการดำรงอยู่ของดวงดาวที่หลายเรื่องของจักรวาลนี้พวกเราเองก็ยังไม่ค่อยเข้าใจ ขณะนี้ผมทำงานวิจัยอยู่ที่ CERN ในเจนีวา (Geneva) และปีนี้ก็เริ่มเดินเครื่อง LHC ซึ่งเป็นจักรกลใหม่เอี่ยมยาวถึง 27 กิโลเมตร เพื่อจำลองสภาพของจักรวาลในปัจจุบันที่เกิดขึ้นหลังจากการระเบิดครั้งมหึมา (The Big Bang) เพียงช่วงเสี้ยงหนึ่งส่วนพันล้านวินาทีขึ้นมา การจำลองดังกล่าวทำให้เราได้ศึกษาสถานการณ์แปลก ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงนั้น และวัตถุที่เรายังไม่เคยพบเจอ แต่ล่องลอยอยู่ในอวกาศมาจวบจนทุกวันนี้ด้วย ซึ่งก็เป็นไปได้มากเหลือเกินว่า วัตถุเหล่านี้อาจจะก่อให้เกิดความยุ่งเหยิงวุ่นวาย หากมันหลุดเข้าไปถึงแก่นของดวงดาว

นักฟิสิกส์หลายคนเชื่อว่า สะเก็ดดาวเล็ก ๆ น้อย ๆ กลุ่มนี้ที่เรียกกันว่า Supersymmetric Particles อาจจะถูกค้นพบโดย LHC ยิ่งเป็นการตอกย้ำ Dark Matter ที่นักดาราศาสตร์สงสัยกันมานานแล้วว่า จักรวาลน่าจะประกอบด้วยสสารอื่นใดที่ยิ่งใหญ่ไปกว่าสสารที่เราค้นพบแล้วคุ้ยเคยกันมาเป็นอย่างดีแล้ว ซึ่งนั่นจะเป็นองค์ประกอบของการก่อกำเนิดโลก, พระอาทิตย์, และทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นกันอยู่รวมทั้งร่างกายของเราเองด้วย มีทฤษฎี Supersymmetric หลายแขนงที่อนุโลมให้ Q-balls เป็นที่ยอมรับได้ว่ามีอยู่จริง มันทำให้เห็นภาพไปได้ว่า Supersymmetric Particles จำนวนมหาศาลถูกระเบิดออกแล้วอัดเข้าไปเกาะกินแก่นของดวงดาวราวกับมะเร็งร้ายและทำลายมันจากภายในจนกระทั่งดับสูญ ฟังดูอาจจะคล้ายกับเป็นเรื่องเพ้อฝัน แต่อย่างน้อยก็เริ่มมีทฤษฎีสนับสนุนมากขึ้นเรื่อย ๆ

แต่ที่มั่นใจฟันธงได้แน่ ๆ หนึ่งเรื่องก็คือ โลกของเราทุกวันนี้อยู่ในตำแหน่งที่เปราะบาง และห่างไกลจากคำว่า ปลอดภัย โดยสิ้นเชิง เราอาศัยอยู่ท่ามกลางจักรวาลที่ทารุณโหดร้ายเกินกว่าเราจะเข้าใจได้ แล้ววันหนึ่งเราก็อาจจะต้องเริ่ม ยุทธการสยบพระอาทิตย์ ด้วยการส่งยานแบบ Icarus ขึ้นไปปกป้องมนุษยชาติบนโลกใบนี้ไม่ให้ถูกทำลายจากปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เราไม่อาจเข้าใจถ่องแท้ หรือแม้แต่จะควบคุมได้เลยด้วยซ้ำไป

  

@ 2007 Twentieth Century Fox. All rights reserved. Property of Fox. Permission is hereby granted to newspapers and periodicals to reproduce this text in articles publicizing the distribution of the motion picture. All other use is strictly prohibited, including sale, duplication, or other transfers of this material. This press kit, in whole or in part, must not be leased, sold or given away.