เรื่องย่อ
" The Fast and The Furious 4 " จากแวดวงซิ่งรถผิดกฎหมายในลอสแอนเจลิส และธุรกิจฟอกเงินในไมอามี่ ไปถึงการดริฟท์เสี่ยงตายไปตามถนนของโตเกียว นี่คือภาพยนตร์ซีรีส์ที่ว่าด้วยเรื่องของการซิ่ง ซึ่งกลายมาเป็นภาพยนตร์ยอดนิยมไปทั่วโลกนับแต่มีการก่อกำเนิดภาพยนตร์ภาคแรกเมื่อ 9 ปีที่แล้ว บัดนี้ ในเรื่องราวบทใหม่ ตัวละครหลักทั้ง 4 ตัวจากภาพยนตร์ภาคแรกได้กลับมาเจอกันอีกเป็นครั้งแรก และพวกเขาได้เดินทางกลับมายังบ้าน ที่ซึ่งทุกอย่างเริ่มต้นขึ้น
วิน ดีเซล (The Pacifier, xXx) และพอล วอล์กเกอร์ (Flags of Our Fathers, Eight Below) กลับมาจับมือร่วมทีมกันในบทสุดท้ายของภาพยนตร์แฟรนไชส์ที่ทำให้อดรีนาลีนพุ่งกระฉูดอย่าง Fast & Furious นอกจากจะมุ่งหน้ากลับสู่ท้องถนนของแอลเอแล้ว พวกเขายังได้กลับไปร่วมทีมกับมิเชลล์ ร็อดริเกซ (Lost, Resident Evil) และจอร์ดาน่า บรูว์สเตอร์ (Chuck, The Texas Chainsaw Massacre: The Beginning) เพื่อซิ่งรถคันงามแสนเท่ที่ผ่านการปรับแต่งไปตามถนนที่แน่นไปด้วยผู้คนของแอลเอ และยังซิ่งโล้ดไปถึงเมืองนอกเมืองนาในภาพยนตร์ทริลเลอร์แอ็กชั่นที่สุดตื่นเต้นจากฝีมือการกำกับของ จัสติน หลิน (The Fast and the Furious: Tokyo Drift, Better Luck Tomorrow)
เป็นเวลานาน 8 ปีแล้วนับแต่ที่โดมินิค โทเร็ตโต้ (ดีเซล) อดีตนักเลงหัวไม้ ขับรถข้ามชายแดนเม็กซิโก และกลายเป็นพวกหนีเข้าเมือง บัดนี้ ดอมอาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็กๆ ริมชายหาดในสาธารณรัฐโดมินิกัน และใช้ชีวิตแบบที่ต้องคอยหลบหนี อยู่กับเล็ตตี้ (ร็อดริเกซ) หนึ่งเดียวจากอดีตของเขา ดอมพยายามเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่เขารู้ดีว่าทางการยังตามล่าเขาอยู่
เมื่อการตายอันน่าเศร้าของคนที่เขารัก ทำให้เขาต้องเดินทางกลับมายังแอลเอ ดอมได้พบกับชายที่เป็นทั้งเพื่อนรักและศัตรูของเขาอย่างเจ้าหน้าที่ไบรอัน โอคอนเนอร์ (วอล์กเกอร์) เมื่อพวกเขาถูกสถานการณ์บีบให้ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่มีร่วมกัน นั่นก็คือเจ้าพ่อค้ายาวิปริตที่กำลังขนยาร้ายเข้าอเมริกา ดอมและไบรอันต้องสร้างความไว้วางใจต่อกันขึ้นมาใหม่ ถ้าพวกเขาอยากเอาชนะศัตรู และล้างแค้นให้กับเหตุโศกนาฏกรรมที่ศัตรูตัวร้ายกระทำต่อครอบครัวเล็กๆ ของพวกเขา
การแทรกซึมเข้าไปในเครือข่ายผิดกฎหมาย หมายถึงการแทรกซึมเข้าไปในกลุ่มโจรที่ขนเฮโรอีนเกรดเอข้ามชายแดนจากเม็กซิโก ผ่านมายังอุโมงค์ที่รถแทบวิ่งผ่านไม่ได้ ลัดเลี้ยวเลาะเข้าไปในถ้ำต่างๆ ชายสองคนอันได้แก่ แคมโพส (จอห์น ออร์ทิซ, American Gangster, Miami Vice) และฟีนิกซ์ (ลาซ อาลอนโซ่, Jarhead, Stomp the Yard) คือคนเพียงกลุ่มเดียวที่สามารถจัดเตรียมสิ่งที่ดอมและไบรอันต้องการ และคำตอบที่พวกเขาตามหาอยู่
เมื่อดอม, มีอา (บรูว์สเตอร์) น้องสาวของเขา และไบรอัน ได้กลับมาสัมผัสความผูกพันแบบครอบครัวที่เคยพังทลายไปเมื่อหลายปีก่อน พันธมิตรที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้กลุ่มนี้พบว่าพวกเขาต้องเล่นเอาล่อเอาเถิดในการซิ่งที่นำพาพวกเขาไปถึงจุดหมายปลายทาง บัดนี้ จากการปล้นขบวนรถคอนวอยในย่านชนบทที่เต็มไปด้วยภูเขาของสาธารณรัฐโดมินิกัน จนถึงอุโมงค์ที่คดเคี้ยวตัดผ่านทะเลทรายของเม็กซิโก ชายสองคนนี้ต้องหาหนทางที่ดีที่สุดที่จะแก้แค้น นั่นก็คือการผลักดันขอบเขตจำกัดของทุกอย่างที่เป็นไปได้เมื่อพวกเขานั่งอยู่หลังพวงมาลัย
ที่กลับมาร่วมสร้างสีสันให้กับการผจญภัยบทใหม่นี้ด้วย ก็คือทีมงานหลังกล้องที่ล้วนแล้วแต่มีความสามารถ ซึ่งนำทีมโดยผู้กำกับหลิน และทีมผู้อำนวยการสร้าง นีล เอช มอริตซ์ (The Fast and the Furious series, I Am Legend, xXx), วิน ดีเซล และไมเคิล ฟ็อตเทรลล์ (Live Free or Die Hard, 2 Fast 2 Furious) คริส มอร์แกน (The Fast and the Furious: Tokyo Drift, Wanted) เขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้จากตัวละครที่เป็นผลงานการสร้างสรรค์ของ แกรี่ สก็อตต์ ธอมป์สัน (The Fast and the Furious, ผลงานทางทีวีเรื่อง Las Vegas)
ทีมงานหลังกล้องที่ล้วนแต่ประสบความสำเร็จ ประกอบไปด้วยโปรดักชั่น ดีไซเนอร์ ไอด้า แรนดอม (The Fast and the Furious: Tokyo Drift, Suspect Zero), ผู้แต่งดนตรีประกอบ ไบรอัน ไทเลอร์ (ภาพยนตร์ชุด The Fast and the Furious, Rambo), ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย ซานย่า มิลโกวิค เฮย์ส (ภาพยนตร์ชุด The Fast and the Furious, The Mummy: Tomb of the Dragon Emperor) และผู้อำนวยการสร้างบริหาร อาแมนด้า ลูอิส (The Fast and the Furious: Tokyo Drift, Made of Honor)
ผู้กำกับภาพ อาเมอร์ โมกริ (National Treasure: Book of Secrets, Bad Boys II) เข้ามาร่วมทีมหลังกล้องของผู้กำกับหลิน ซึ่งรวมถึงผู้ลำดับภาพ คริสเตียน แว็กเนอร์ (Mission: Impossible II, Die Another Day) และเฟร็ด รัสกิ้น (The Fast and the Furious: Tokyo Drift) โดยมีซาแมนธา วินเซนต์ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการสร้างบริหาร