ประเภท
กำหนดฉาย

“ภารกิจกู้ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์กลับเป็นเรื่องราวที่ไม่เคยได้รับการบอกเล่า”




เรื่องย่อ

   ภาพยนตร์อิงเรื่องจริงโดย จอห์น ดาห์ล ที่เล่าภารกิจกู้ชีวิตสุดทรหด ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกา นั่นคือ “การยกพลบุก คาบานาทวน” วีรกรรมอันกล้าหาญนี้ คือ การปลดปล่อยเชลยศึก อเมริกันกว่า 500 คนจากค่ายกักกันของญี่ปุ่นในฟิลลิปปินส์ท่ามกลาง อันตรายนับไม่ถ้วน นี่คือการพรรณนาอันน่าตรึงใจถึงภาวะฟื้นตัวจาก ความเจ็บปวดของมนุษย์ สิ่งที่หนังตีแผ่บนจอ คือความกล้าหาญ และ ความเป็นวีรบุรุษ ที่ทำให้กองกำลังทหารเล็กๆ แต่เข้มแข็งกองหนึ่งฝ่าฟัน อุปสรรคโหดหินนานัปการ เพื่อช่วยชีวิตพี่น้องร่วมชาติที่ถูกจับเป็น เชลยศึกในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

ครั้งหนึ่ง เรื่องราวนี้เป็นที่รับรู้ทั้วสหรัฐอเมริกา และครั้งนี้เรื่องราว ที่ถูกลืมไปนานของ The Great Raid ถูกสร้างสรรค์ขึ้นใหม่ด้วย ความพิถีพิถันด้านความสมจริง และอิงข้อมูลจากบุคคลหลายฝ่าย ทั้งผู้บัญชาการหน่วยทหารอเมริกัน, ทหารฟิลิปปินส์ อาสาสมัครหญิง หรือแม้กระทั่งตัวเชลยศึกเอง ต่างก็มีบทบาทในการทำให้ช่วงเวลา แห่งความยากแค้น แสนสาหัสและสุดอันตรายนี้ กลายเป็นช่วงเวลา แห่งแรงบันดาลใจ

 


The Great Raid กำกับโดย จอห์น ดาห์ล อำนวยการสร้างโดย มาร์ตี้ แคทซ์ และ ลอว์เรนซ์ เบนเดอร์ สร้างจากหนังสือชื่อ The Great Raid on Cabanatuan โดยนักประวัติศาสตร์ทหารชื่อดัง วิลเลี่ยม บรูเออร์ และหนังสือชื่อ The Ghosts Soldiers โดย แฮมป์ตัน ไซเดส บทภาพยนตร์โดย คาร์โล เบอร์นาร์ด และ ดั๊ก มิโร่ นำแสดงโดย เบนจามิน แบรทท์, เจมส์ ฟรานโก, คอนนี่ นีลเซ่น, มาร์ตัน โซกัส และ โจเซฟ ไฟนส์ ร่วมด้วยนักแสดงหน้าใหม่นานาชาติ ทั้งอเมริกัน, ฟิลิปปินส์, เอเชีย และออสซี่

 

ปี 1945 ทหารอเมริกันหลายร้อยคนที่ถูกคุมขังในค่ายกักกัน ในคาบานาทวน ประเทศฟิลลิปปินส์ถูกทรมานเจียนตาย พวกเขาเหล่านี้ คือทหารกลุ่มเดียวที่รอดชีวิตในฟิลิปปินส์จากทหารทั้งหมด 70,000 คน และในปี 1942 กองกำลังพันธมิตรก็ยอมจำนนต่อกองทัพญี่ปุ่นที่บาทาน ตามมาด้วยการล่าถอยของนายพลแม็คอาร์เธอร์ ผู้รอดชีวิตต้องเดิน ลุยป่าอันร้อนระอุและเต็มไปด้วยยุง พาหะนำโรคที่รู้จักดีในนาม Bataan Death March และถูกจับเข้าค่ายกักกันที่ห่างไกลและโหดร้ายในเวลา ต่อมา

3 ปีต่อมา นายพลแม็ตอาร์เธอร์กลับมายังฟิลลิปปินส์อีกครั้ง ตามคำสัญญา ขณะเดียวกันกระทรวงการสงครามของญี่ปุ่นก็ได้ ออกนโยบาย “Kill All Policy” เพื่อทำลายค่ายกักกันทุกแห่งรวมทั้งนักโทษที่อยู่ในนั้น ในค่ายแห่งหนึ่งชื่อปาลาวัน ทหารอเมริกัน 150 นายถูกบังคับให้เดินไปในสนามเพลาะ ถูกราดน้ำมันและจุดไฟเผา
ขณะเดียวกัน นักโทษในคาบานาทวนเชื่อว่าตนเองถูกเพื่อนและประเทศชาติลืมจึงตั้งตนเป็น “กองทหารไร้วิญญาณ” หนึ่งในนั้นคือ พันตรีกิ๊บสัน (โจเซฟ ไฟนส์) ที่ป่วยเป็นโรคมาลาเรีย แต่ยังคงแข็งใจไว้ด้วยความหวังและความรัก ที่เขามีต่ออาสาสมัครสาวชื่อ มากาเร็ต (คอนนี่ นีลเซ่น) ผู้ชช่วยเหลือขบวนกสนใต้ดินของฟิลลิปปินส์
กลับมาที่ กองบัญชาการกองทัพที่ 6 ใกล้ๆลูซอน พันโทเฮนรี่ เอ มุชชี่ (เบนจามิน แบรทท์) ผู้ห้าวหาญและ ทะเยอทะยาน แต่มีความเป็นผู้นำเต็มเปี่ยมและเป็นที่โจษจันด้านการสร้างความฮึกเหิมในหมู่ทหารใต้บังคับบัญชา พันโทเฮนรี่ได้รับมอบหมายให้หาทางเข้าไปในค่ายคาบานาทวนเพื่อปลดปล่อยนักโทษ ชาวอเมริกันก่อนทุกอย่าง จะสายเกินไป ภารกิจนี้ทางยุทธศาสตร์ถือว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะทหารต้องเผชิญกับการต้านทานของกองกำลังญี่ปุ่น ที่มีจำนวนมากกว่าหลายเท่า แต่มุชชี่ก็ไม่เคยหวั่นเกรงแม้แต่น้อย

มุชชี่ได้เลือก ร้อยเอกโรเบิร์ท พรินซ์ (เจมส์ ฟรานโก) นายทหารหนุ่มเจ้าทฤษฎีและฉลาดเป็นผู้นำภารกิจจู่โจมนี้ โรเบิร์ทคือ ผู้คิดแผนการสุดกล้าหาญโดยให้กองกำลังฝีมือดีระดับหัวกะทิ 121 นาย ร่วมด้วยทหารพรานอีกจำนวนหนึ่งจำนวนหนึ่งบุกเข้าไป ในเขตแดนศัตรู เป็นเส้นทาง 30 ไมล์และทำการจู่โจมค่ายกักกันอย่างสายฟ้าแลบ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ภารกิจครั้งนี้ลุล่วง กองกำลังสหรัฐฯได้ผนึกกำลัง กับทหารฟิลิปปินส์ ซึ่งนำโดย ร้อยตรีฮวน ปาโจตา (ซีซาร์ มอนทาโน) ผู้ชำนาญพื้นที่ ฮวนนี่เองที่จะช่วยนำทางกองกำลังผู้กล้าหาญนี้ให้ไป ถึงจุดหมาย เมื่อเวลาของนักโทษเริ่มเหลือน้อยลงและทีมกู้ชีวิต เริ่มเร่งมือปฏบิบัติการ สิ่งที่เห็นได้ตามมา คือ ความกล้าหาญ, การสละชีวิต และจิตวิญญาณของมนุษย์ที่สามารถเอาชนะความลำบาก ยากแค้นที่น่ากลัวได้