ประเภท :
โรแมนติก / คอมมิดี้ / แอ็คชั่น
ความยาว : -
กำหนดฉาย : 22 กันยายน 2548


เรื่องย่อ

   แฟรงค์ มาร์ติน เป็นสุดยอดในธุรกิจนี้ จากอดีต หน่วยรบรับจ้างพิเศษ เขาได้กลายมาเป็น “ผู้ขนของ” มืออาชีพ ซึ่งลำเลียงทั้งสิ้นค้า คน หรืออะไรก็ตามแต่ เขาจะส่ง มันไปถึงที่หมายอย่างง่าย ๆ ... โดยไม่มีคำถามแต่อย่างใด

   แฟรงค์ย้ายจากฝั่งเมดิเตอร์เรเนี่ยนของฝรั่งเศสมาอยู่ที่ ไมอามี่ซึ่งเป็นที่ๆ เขาได้ให้ความช่วยเหลือกับเพื่อน แฟรงค์รับงาน เป็นพนักงานขับรถให้กับครอบครัวบิลลิ่งส์ ที่แสนจะมั่งคั่ง มีสิ่งที่ไม่มากนักที่จะทำให้ผู้ขนของ อย่างแฟรงค์ประหลาดใจ แต่เด็กน้อย แจ๊ค บิลลิ่งส์ ก็ทำได้; แฟรงค์ผูกพันกับแจ๊คซึ่งมีอายุ 6 ขวบ ซึ่งเขาต้องขับรถรับส่งเด็กชายไปโรงเรียน แต่เมื่อแจ๊คโดน ลักพาตัวไป แฟรงค์ต้องใช้ความสามารถด้านการรบพิเศษที่เขาเคยผ่าน เพื่อเข้ามาช่วย เด็กชายและ ทำลายแผนใหญ่ ของพวกลักพาตัวที่จะปลดปล่อยเชื้อไวรัสที่สามารถ ฆ่าใครก็ได้ที่สัมผัสมัน

---------------------------

เมื่อบริษัท ทเวนตี้ เซ็นจูรี่ ฟ๊อกซ์นำเรื่อง The Transporter ออกฉายเมื่อเดือนตุลาคมปี 2002 นั้นภาพยนตร์เรื่องนี้กลายเป็นภาพยนตร์ ที่ได้รับความนิยม จากทั่วโลก จากการอำนวยการสร้างและร่วมเขียนบท โดยผู้ผลิตภาพยนตร์เลื่องชื่อคือ ลุค เบสสัน ภาพยนตร์เรื่อง The Transporter นี้ยังประสบความสำเร็จ มากยิ่งขึ้นไปอีกในรูปแบบของดีวีดี และในเวลาเดียวกัน นั้นเอง ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เจสัน สเตทแฮมกลายเป็นดาวดวงใหม่แนวแอ๊คชั่นของวงการ ฮอลลีวู้ด และแฟรงค์ มาร์ตินก็ได้กลายมาเป็นภาพลักษณ์ โดยเฉพาะของ สเตทแฮม

สเตทแฮมกล่าวว่า “ทุก ๆ ที่ ๆ ผมไป ผู้คนมากมายจะบอกกับผมว่าพวกเขา เป็นปลื้มกับหนังเรื่อง The Transporter และความเป็น แฟรงค์ มาร์ตินมากเพียงไร ตัวแสดงในหนังเรื่อง The Transporter นั้นมีความสำคัญกับผมมากเป็นพิเศษ เพราะมันมีอิทธิพลกับอาชีพในวงการ บันเทิงของผมมากกว่าหนัง เรื่องไหนที่ผมได้เคยแสดงมา”

และจากมุมมองของ หลุยส์ เล็ตเตอร์ริเออร์ ผู้กำกับการแสดง ภาพยนตร์เรื่อง The Transporter 2 ซึ่งเคยเป็น ผู้กำกับฝ่ายศิลป์ให้กับภาพยนตร์เรื่อง The Transporter ที่เป็นภาพยนตร์ต้นแบบซึ่งนำเสนอเกี่ยวกับ สิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รายรอบตัวของตัวแสดงนำที่รับบทโดย สเตทแฮม

“เจสันนั้นไม่เพียงแต่ได้นำเสนอความสามารถทางร่างกาย ที่น่าทึ่งเท่านั้นแต่ยังได้แสดงออกถึงความใจดีของ แฟรงค์ออกมาอีกด้วย” เล็ตเตอร์ริเออร์กล่าว “เจสันแสดงออกถึงความเป็นแฟรงค์ออกมาในรูปแบบ ของนักรบที่ไม่เต็มใจเท่าไรนัก เขามีความต้องการที่จะหยุดอาชีพในด้านมืดและวาดหวังกับการมีอาชีพ ธรรมดาทั่ว ๆ ไป แต่โชคชะตาชอบเล่นตลกกับแฟรงค์และในหนังเรื่องใหม่นี้ เขาก็ต้องเผชิญหน้ากับ สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดในอีกรูปแบบหนึ่ง”

โรเบิร์ต มาร์ค คาเมน ซึ่งเป็นผู้ประพันธ์สำหรับเรื่อง The Transporter ทั้งสองเรื่องร่วมกับ ลุค เบสสัน เห็นด้วยว่าส่วนสำคัญของภาพยนตร์เรื่องนี้มุ่งเน้นไปในการนำเสนอความเป็นตัวแสดงของสเตทแฮม “เจสันมีความอ่อนโยนและสุภาพ; เขารวบรวมทั้งสองสิ่งนี้เข้ากับความเป็น แฟรงค์ มาร์ตินถึงแม้ว่า ความเป็นแฟรงค์นั้นจะค่อนข้างแรงไปสักหน่อย”

--------------------------------------

ด้วยความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่อง The Transporter จากทั่วโลกและทำให้สเตทแฮมเป็นที่รู้จักกันดี ในฐานะ ดาราแอ๊คชั่นซึ่งภาพยนตร์ภาคที่ตามมานั้น ไม่มีการ คาดหวังกันมาก่อนเลย ลุค เบสสันมองเห็นภาพ ภาพยนตร์เรื่อง Transporter 2 ว่าจะต้องเป็นภาพยนตร์ ที่เหนือกว่าเรื่องแรก ทั้งใน ด้านการผลิตและในด้านของ ความรู้สึก

แม้จะประสบความสำเร็จจากภาพยนตร์เรื่อง The Transporter และความกระตือรือต้นที่จะทำและรวบรวม ภาพยนตร์เรื่องที่ตามมาคือ The Transporter 2 นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย สเตทแฮมกลายเป็นหนึ่งในดาราแสดงชายที่เป็นที่ต้องการของฮอลลีวู้ด; ผู้กำกับการแสดง หลุยส์ เล็ตเตอร์ริเออร์ เพิ่งจะปิดกล้องภาพยนตร์เรื่อง Unleashed ซึ่งนำแสดงโดย เจ๊ท ลี มอร์แกน ฟรีแมน และบ๊อบ ฮอสกิ้นส์ และอำนวยการสร้างโดย เบสสัน ซึ่งเขากำลังมองหาโปรเจ็คใหม่อยู่ และผู้กำกับคิวบู๊ด้านศิลปะการป้องกันตัวคือ โครี่ หยวน (ซึ่งกำกับการแสดง ให้กับเรื่อง The Transporter ด้วย) ก็กำลังวุ่นวายทำงานให้กับภาพยนตร์อีกหลายเรื่อง



โชคเข้าข้างที่ตารางงานของบรรดาตัวหลักทั้งหลายนั้นมีเวลา ว่างพอที่จะทำให้พวกเขากลับมาร่วมงาน กันในภาพยนตร์ เรื่อง The Transporter 2 ได้ อย่างที่เบสสันจินตนาการ ถึงโปรเจ็ค The Transporter 2 จะต้องอัดแน่นไปด้วย แอ๊คชั่น ความเป็น ดราม่าและตัวแสดง – โดยเริ่มจาก ตัวเอกของเรื่องคือ ผู้ขนของ “แฟรงค์จะต้องมีความพัฒนาจากภาพยนตร์ในเรื่องแรก” สเตทแฮมกล่าว “มันมีอีกหลายอย่าง ที่เข้าไปเดิมพัน ทางด้านความรู้สึกสำหรับแฟรงค์”

สเตทแฮมสนุกกับการได้ผสมผสานทั้งสองด้านของบุคคลิกภาพคือด้านอ่อนและด้านแข็งนี้เข้าด้วยกัน “ในวันหนึ่งผมจะต้องแสดงในฉากอ่อนไหวที่ต้องใช้อารมณ์โดยร่วมแสดงกับ แอมเบอร์ วาเล็ตต้า (ซึ่งแสดงเป็นแม่ของเหยื่อที่ถูกลักพาตัวไป); แล้วอีกวันหนึ่ง ผมก็ต้องไปเผชิญกับทีมผู้ร้าย ในฉากบู๊แอ๊คชั่นมโหฬาร มันไม่มีความน่าเบื่อเลย”

เหมือนกับภาพยนตร์ภาคแรก ภาพยนตร์เรื่อง The Transporter 2 ได้นำเสนอความสามารถพิเศษอันน่าประทับใจทางด้านการกีฬาของ สเตทแฮม จากที่ได้รับการฝึกมาหลายปีทางด้านมวย คิ๊กบ๊อกซิ่ง และการดำน้ำ ทักษะทางด้านศิลปะการป้องกันตัว ของสเตทแฮม และความชำนาญทางด้านการดำน้ำนั้นเป็นผลดีสำหรับเขา ในฉากสำคัญของเรื่องซึ่งเป็นฉากที่เกี่ยวข้องกับเครื่องบินเจ๊ทระเบิด และตกลงในมหาสมุทรแอตแลนติค

สเตทแฮมจะหลีกเลี่ยงการใช้ตัวแสดง สตั๊นท์ถึงแม้ในฉากที่มีคิวบู๊ ที่โลดโผนที่สุดหลายฉาก ซึ่งเป็นผลจากความแข็งแกร่งทางร่างกาย สิ่งที่เขาต้องการเป็นพิเศษนั่นคือการทำความคุ้นเคย อีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้เกิดความชำนาญกับการบังคับพาหนะที่มีความเร็วสูงอย่างที่เขาคุ้นเคยในขณะถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง The Transporter “การขับรถที่มีความเร็วสูง นั้นมันเป็นการรีบเอาอย่างจริงจัง” สเตทแฮมกล่าว เขาซึ่งในภาพยนตร์เรื่อง The Transporter 2 นั้นต้องนั่งอยู่หลังเบาะรถยี่ห้อออดี้ เอ 8 สีดำ “แต่ผมต้องยอมรับว่าการที่ได้กลับการฝึกฝนใหม่ และได้แสดงสตั๊นท์เป็นครั้งที่สองนั้นเป็นเรื่องค่อนข้างง่าย และคราวนี้ ผมรู้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร”

ตอนที่เขาถ่ายทำในภาพยนตร์เรื่องแรก สเตทแฮมได้ทำงานกับ โครี่ หยวนและทีมงานคิวบู๊และการต่อสู้ ที่มีความสามารถ “โครี่รู้ถึงขีดความสามารถของเจสัน และทำอย่างไรที่จะนำมันออกมาให้ถึงที่สุด” ผู้กำกับการแสดง หลุยส์ เล๊ตเตอร์ริเออร์กล่าว เขาได้ทำงานกับหยวนอย่างไร้รอยต่อให้กับภาพยนตร์ The Transporter ทั้งสองเรื่อง “ผมจัดแนวให้กับโครี่ว่าจะให้คิวบู๊เข้าทางจุดไหนและจะให้ออกไปทางจุดไหน และเขาก็เติมเต็มทุกอย่าง ให้มันสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น โครี่และทีมงานของเขาบอกเล่าเรื่องราวจากคิวบู๊”


ในการทำให้เห็นส่วนของความรู้สึกในภาพยนตร์เรื่อง The Transporter 2 นี้ เป็นการที่แฟรงค์แสดงออกกับเด็กน้อย แจ๊ค บิลลิ่งส์ (นักแสดงเด็กหน้าใหม่ ฮันท์เตอร์ แคลรี่) “บุคคลิกภาพของแฟรงค์บางทีก็ไม่เกี่ยวเนื่องกัน พวกเราคิดกันว่ามันคงจะดีถ้าให้เขาเป็นคนขับรถให้กับเด็กสักคนหนึ่ง” โรเบิร์ต มาร์ค คาเมนกล่าว “แฟรงค์ไม่มีประสบการณ์จริงจังที่เกี่ยวข้อง กับเด็กมากนัก ฉากที่เจสันร่วมแสดงกับฮันท์เตอร์นั้นน่าสนใจมากเพราะ แฟรงค์จะแสดงกับเด็กชายเหมือนกับเขาแสดงกับผู้ใหญ่คนหนึ่ง - นั่นแหละเป็นสิ่งเดียวที่เขารู้ว่าจะทำอย่างไร”

เบสสันและเล็ตเตอร์ริเออร์ผนวกกับสเตทแฮมรวมทั้งการรวมตัวที่สามารถ แอมเบอร์ วาเล็ตต้าซึ่งรับบทเป็นทายาทเศรษฐีและเคยแสดงเป็น นักบัญชีจากภาพยนตร์เรื่อง Hitch นั้นแสดงเป็น ออเดรย์ บิลลิ่งส์ สิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับออเดรย์ ความกังวลในความปลอดภัย ของลูกชาย และความรู้สึกดี ๆ ที่ก่อตัวขึ้นกับแฟรงค์ ซ่อนเร้นการผลักดัน ในใจที่ ทำให้เธอยอมเสี่ยงบางอย่าง กับการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐบาล ที่มาสอบสวน เรื่องราวการลักพาตัวของลูกชายของเธอ

แมทธิว โมดีน ผู้ซึ่งผลงานได้รับการยอมรับรวมทั้งภาพยนตร์ผลงานของ สแตนลี่ย์ คูบริค (เรื่อง Full Metal Jacket) ผลงานของโอลิเวอร์ สโตน (เรื่อง Any Given Sunday) และผลงานของ โรเบิร์ต อัลท์แมน (เรื่อง Short Cuts) แสดงเป็นสามีที่แยกกันอยู่ของออเดรย์ คือ เจฟเฟอร์สัน บิลลิ่งส์ การได้มาซึ่งฉายาว่าเป็นราชาแห่งยาเสพติค ซึ่งตระกูลบิลลิ่งส์เพิ่งได้รับมานั้น ป็นต้นเหตุของการลักพาตัวลูกชายของเขาและมุ่งไปสู่ยุทธศาสตร์แห่งการ ก่อการร้าย

ตรงกันข้ามกับความเป็นแม่ของ วาเล๊ตต้า สาวขี้โมโหออเดรย์ คือ ตัวร้ายของเคธ นูต้าที่ชื่อว่าโลร่า ซึ่งบรรยายเอาไว้ในบทว่าเป็น “นักฆ่าบ้าเลือดในเรือนร่างของนางแบบสาวแสนสวย” นูต้า ซึ่งเป็นนางแบบในชีวิตจริงนั้นได้รับการค้นพบโดยเบสสันผู้ซึ่งเรารู้กันดีว่าเป็นยอดแมวมอง (นาตาลี พอร์ทแมน จากภาพยนตร์ผลงานของ เบสสันเรื่อง The Professional นั้นเป็นผู้หนึ่งที่ได้รับการค้นพบจากเขา)

ร่วมมือกับนูต้ารับบทตัวร้ายในจอภาพยนตร์นั้นแสดงโดยนักแสดงชาวอิตาเลี่ยนคือ อเลสซานโดร แก๊สแมน ซึ่งเป็นลูกชายของนักแสดงวิโตริโอ แก๊สแมนซึ่งล่วงลับไปแล้ว อเลสซานโดรแสดงเป็น เจียนนี่ ผู้ซึ่งอยู่เบื้องหลังการวางแผนร้ายที่เริ่มต้นด้วยการจับเด็กไปเรียกค่าไถ่ ซึ่งที่สุดนำไปสู่การขู่เอาชีวิตของ อีกหลายต่อหลายพันชีวิต นักแสดงชาวอังกฤษคือ เจสัน เฟลมมิ่ง ซึ่งเคยแสดงเป็น ด๊อกเตอร์ แจ๊คกิ้ลและมิสเตอร์ ไฮด์ในภาพยนตร์เรื่อง The League of Extraordinary Gentlemen ซึ่งในเรื่องนี้รับบทของคุณหมอชาวรัสเซียชื่อ ดิมิทรีซึ่งมีความชำนาญทางด้านยาและสำคัญกับแผนการของเจียนนี่

ส่วนสำคัญที่เชื่อมโยงไปถึงเรื่องดั้งเดิมคือเรื่อง The Transporter นั้นคือนักแสดงชาวฝรั่งเศสชื่อ ฟรังซัวร์ เบอร์เลอองด์ ซึ่งกลับ มารับบทของ ทาร์โคนี่ นักสืบชาวฝรั่งเศส ในภาพยนตร์เรื่องแรก ทาร์โคนี่สงสัยว่าอาชีพการขนส่ง ของแฟรงค์นั้น จะต้องเกี่ยวโยง กับสิ่งผิดกฏหมาย โดยไม่เกี่ยวกับการอยู่ตรงกันข้ามในด้าน กฎหมาย แฟรงค์และทาโคนี่ได้พัฒนาความเคารพซึ่งกันและกัน และเมื่อเปิดฉากภาพยนตร์เรื่อง The Transporter 2 นั้นพวกเขา สองคนกลายเป็นเพื่อนกัน และทาโคนี่แวะมาเยี่ยมแฟรงค์ที่บ้านใหม่ ของเขาในไมอามี่ – ซึ่งเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น

“ผมสนุกกับการได้กลับมาแสดงบทนี้อีกครั้งหนึ่ง” เบอร์เล่อองด์เล่า “ครั้งนี้ ทาโคนี่ไม่ได้เป็นนักสืบผู้รอบรู้อีกต่อไป; เขาอยู่นอกงานของเขา ในเรื่อง The Transporter 2 นี้ทาโคนี่ตื่นเต้นกับเรื่องที่เขาคิดว่าเป็นแค่เรื่องการมาเยี่ยม เยือนเพื่อนช่วงพักร้อนเท่านั้น” โรเบิร์ต มาร์ค คาแมนกล่าวเสริม: “ทาโคนี่ เป็นแค่ปลาผิดน้ำ ที่เขาอยากจะทำก็แค่ได้มาเห็นหาดไมอามี่ แต่ทันทีที่มาถึงเขาก็ถูกจับ เพราะเขามายุ่งเกี่ยวอยู่กับแฟรงค์”

เมืองไมอามี่นั้นเป็นฉากสำคัญของเรื่อง “ผมมองเห็นว่าการที่แฟรงค์ได้ตัดสินใจลาออกจากงานผู้ขนของ ของและย้ายมาตั้งรกรากในอีกมุมหนึ่งของโลก – ไมอามี่ – นั้นเพื่อเป็นการแสวงหาการมีชีวิตใหม่” สเตทแฮมเล่า สำหรับทีมงาน เมืองนี้ให้ความมีสีสรรและความสวยงามเพื่อทดแทนแอ๊คชั่นแบบนันสต๊อปของภาพยนตร์เรื่องนี้

การนำเสนอความสวยงามทางธรรมชาติแบบไม่ตั้งใจ – และความโกรธเกรี้ยว – ค่อย ๆ กวาดทีมงานในเวลาหลายวัน ของการถ่ายทำซึ่งอยู่ในช่วงเดือน กรกฎาคม ถึง สิงหาคม ปี 2004 ทีมงานต้องต่อสู้กับพายุเฮอร์ริเคนสองลูก และเหตุการณ์ขาดแคลนต่าง ๆ แต่พายุรุนแรงก็กวาดเมืองทั้งเมืองด้วยกระแสลมที่มีความรุนแรงถึง 200 ไมล์ต่อชั่วโมง และในจุดหนึ่งทีมงานต้องอพยพไปอยู่ที่หลบภัยใต้ดินใกล้กับสนามบินเพื่อหลบหนีจากการโดนพายุพัด

นอกจากสภาพอากาศที่เปี่ยมไปด้วยการท้าทายและการเลื่อนไปของตารางการทำงานทีมงาน แสดงและสร้าง ภาพยนตร์เรื่อง The Transporter 2 ก็ยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ให้ลุล่วง และนำความมีชีวิตชีวามาสู่การผจญภัย บทใหม่ของภาพยนตร์เรื่อง The Transporter เจสัน สเตทแฮม ให้ความเห็นว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะแสดงให้เห็นบุคลิกลักษณะและเรื่องราวมากมายที่ลึกซึ้งมาก ขึ้นเกี่ยวกับตัวตนของ แฟรงค์ มาร์ติน “ผมมีความคิดว่าความสามารถของแฟรงค์นั้นเพิ่งเริ่มต้นที่จะสัมผัส“ เขากล่าว “มันมีอีกมากมายให้ค้นหา”


 


20th Century FOX