X-Men Origins Wolverine

X–เม็น กำเนิดวูล์ฟเวอรีน

แนว : แอ็คชั่น

นักแสดงนำ : ฮิวจ์ แจ๊คแมน

ผู้กำกับ : เกวิน ฮูด

กำหนดฉาย 29 เมษายน 2009

 



 

ภาพยนตร์เรื่อง X-MEN ORIGINS: WOLVERINE หรือ X–เม็น: กำเนิดวูล์ฟเวอรีน เป็นปฐมบทของอภิมหาตำนาน X–เม็น เป็นการรวมตัวกันระหว่าง วูล์ฟเวอรีน (Wolverine) กับเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์ชื่อดังในโลกของ X–เม็น อีกหลาย ๆ คน ในมหากาพย์บทสำคัญที่กลุ่มอิทธิพลพลังมหาศาลริอาจคิดทำลายมนุษย์กลายพันธุ์ทุกผู้ทุกนามให้สูญพันธุ์

ฮิวจ์ แจ๊คแมน (Hugh Jackman) กลับมารับบทที่ส่งให้เขาเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับโลก บทนักสู้ยิบตาที่มีพลังรักษาตัวเองอย่างน่าทึ่ง, กรงเล็บอาดาแมนเทียมสุดแข็งแกร่ง, และความแค้นคับอกที่พร้อมจะระเบิดเป็นพลังเข้าห่ำหั่นศัตรูชนิดบ้าดีเดือด



ภาพยนตร์เรื่อง X-MEN ORIGINS: WOLVERINE หรือ X–เม็น: กำเนิดวูล์ฟเวอรีน ยังคงรักษากรอบประเพณีที่สืบเนื่องต่อกันมาจากภาคก่อนของตำนาน X–เม็น ด้วยการคงสมดุลระหว่างความน่าตื่นตาตื่นใจของเรื่องราวเข้ากับภาพที่ดูสมจริง ในขณะเดียกวันก็เสริมความลึกซึ้งเข้าถึงอารมณ์อันหลากหลาย และยังล้วงลึกถึงความสัมพันธ์ของตัวละครทั้งหมดด้วย

 


ภาพยนตร์เรื่อง X-MEN ORIGINS: WOLVERINE หรือ X–เม็น: กำเนิดวูล์ฟเวอรีน ยังเปิดมนุษย์กลายพันธุ์ที่ผู้ชมเฝ้าตั้งตาคอยจะได้เห็นบนจอภาพยนตร์กันเต็ม ๆ หลายคนด้วย ทั้ง Team X กองกำลังพิเศษที่รวบรวมเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์เข้าไว้ด้วยกัน อันประกอบด้วย วูล์ฟเวอรีน (Wolverine), พี่ชายของเขาที่ชื่อ วิคเตอร์ ครี้ด (Victor Creed) หรือที่รู้จักกันในนามเซเบอร์ทู้ธ (Sabretooth) เจ้าของพละกำลังมหาศาลที่ยังหาใครมากำราบให้เชื่องไม่ได้, เว้ด วิลสัน (Wade Wilson) ที่ต่อมารู้จักกันในนาม เดดพูล (Deadpool) มือปืนรับจ้างสุดไฮเทคที่เชี่ยวชาญการใช้ดาบเป็นอาวุธชนิดหาใครเปรียบไม่ได้, สายลับหมายเลขศูนย์ (Agent Zero) นักแม่นปืนฝีมือฉกาจและเป็นผู้เชี่ยวชาญการสืบหาติดตามเป้าหมายที่ยอมรับกันว่า เก่งกว่ามือวางอันดับหนึ่ง, เรธ (Wraith) ผู้มีความสามารถในการเคลื่อนย้ายสสารจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง (teleporter) ได้อย่างน่าทึ่ง, เฟร็ด เจ ดุ๊ค (Fred J. Dukes) หรือเดอะ บล๊อบ (The Blob) เมือกตัวมหึมาสุดแข็งแกร่งและน่าขยะแขยงสุด ๆ, และแบร้ดลี่ (Bradley) มนุษย์กลายพันธุ์ที่สามารถควบคุมพลังไฟฟ้าได้อยู่หมัด

 


ผู้นำกองกำลังพิเศษหน่วยนี้ก็คือ วิลเลี่ยม สไตร้คเกอร์ ที่เคยปรากฎตัวมาให้ผู้ชมได้รู้จักกันแล้วใน X2 หรือ X–เม็น 2 แต่ในภาคนี้ผู้ชมจะได้รู้จักที่มาที่ไปนับตั้งแต่กำเนิด ตลอดจนแรงบันดาลใจที่ทำให้เขามุ่งมั่นขนาดนี้อย่างถึงแก่น รวมถึงความสัมพันธ์อันสลับซับซ้อนของเขากับวูล์ฟเวอรีน (Wolverine) ซึ่งจะเป็นตัวบ่งชี้ความผูกพันที่มีต่ออดีตของโลแกน และน่าจะทำนายอนาคตให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้นด้วย

 


ภาพยนตร์เรื่อง X-MEN ORIGINS: WOLVERINE หรือ X–เม็น: กำเนิดวูล์ฟเวอรีน ยังตีแผ่ความสัมพันธ์สุดลึกซึ้งระหว่างโลแกนกับเคย์ล่า วิลเวอร์ฟ๊อกซ์ (Kayla Silverfox) ที่จบลงด้วยโศกนาฏกรรมสุดสลด ชะตากรรมของเคย์ล่าเป็นแรงกระตุ้นให้โลแกนตัดสินใจเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Weapon X ซึ่งเป็นการทดลองลับสุดยอดของกองทัพที่มีมูลค่ามหาศาลนับเป็นพันล้านเหรียญ ซึ่งมีวูล์ฟเวอรีนและเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์อีกหลาย ๆ คนเป็นกลจักรสำคัญ รวมทั้ง แกมบิท (Gambit) หรือหนุ่มน้อยสก๊อต ซัมเมอร์ (Scott Summers) ซึ่งต่อมารู้จักกันในนามไซครอป (Cyclops), เอ็มม่า ฟรอสต์ (Emma Frost) มนุษย์กลายพันธุ์สาวสวย, และเดดพูล (Deadpool) ซึ่งท้ายที่สุดแล้ววูล์ฟเวอรีนต้องมาดวลกันตัวต่อตัวด้วย

 


ในขณะที่ภาพยนตร์เรื่อง X–เม็น ภาคก่อน ๆ จะเกิดขึ้นในอนาคตแต่ไม่ไกลจากปัจจุบันเท่าไหร่นัก แต่เหตุการณ์ในภาพยนตร์เรื่อง X-MEN ORIGINS: WOLVERINE หรือ X–เม็น: กำเนิดวูล์ฟเวอรีน ซึ่งเป็นปฐมบทของอภิมหาตำนาน X–เม็น เกิดขึ้นก่อนเหตุการณ์ในทุก ๆ ภาค แต่ก็ไม่ได้ถอยย้อนอดีตไปไกลมากนัก น่าจะอยู่แค่ราวทศวรรษ 1970 แต่ก็มีบางช่วงเหมือนกันที่ถอยย้อนกลับไปราว ๆ 150 ปี ซึ่งช่วยส่งให้ภาคล่าสุดน่าตื่นตาตื่นใจทั้งในแง่ของความอลังการและความมุ่งมั่นที่จะผลักดันใน X–เม็น น่าสนใจมากยิ่งขึ้น “เราพยายามจะสร้างภาคนี้ให้เกินความคาดหวังของทุก ๆ คนให้ได้” ฮิวจ์ แจ๊คแมน (Hugh Jackman) ดารานำแสดงและผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ฟันธง “เราไม่ได้อยากสร้างแค่หนังดี กันสักเรื่องนะ แต่เราอยากให้ผลงานที่ออกมาเหนือชั้นกว่าในทุก ๆ ด้านเลยล่ะ”