เรื่องรักๆ ของหนุ่มสาวชาวเมืองข้าวเหนียว
ง้องอน อ้อนรัก... จนเหล่าควายยังแอบหมันไส้

ประเภท : โรแมนติก-คอมเมดี
ความยาว : -
กำหนดฉาย : 8 กันยายน 2548

แนะนำตัวละคร คลิก!!!
ผู้กำกับคาเฟ่ คลิก!!!
ยโสธร... ฮู่จั๋กบ่ออ๊าย คลิก!!!


ยโสธร... ฮู่จั๋กบ่ออ๊าย


เมืองยโสธรเดิมชื่อเมืองผาสุนทร ซึ่งแปลว่ามียศอันดีงาม ชาวยโสธรเรียกตัวเองว่า ชาวเมืองยศ คำว่ายโสธรนั้น แต่เดิมเขียน ยะโสธร เมื่อเรียกสั้น ๆ จะเหลือแต่ยะโส ฟังดูไม่เป็นมงคลจึงได้ทีการขอเปลี่ยนมายัง กระทรวงมหาดไทยเสียใหม่ยโสธร ในราว พ.ศ. 2329 กรุงรัตนโกสินทร์ได้มีการอพยพคนจากฝั่งซ้ายมาอยู่ ฝังขวาของแม่น้ำโขงหลายแห่งได้แก่พระปทุมสุรราช (คำพง) พร้อมด้วยท้าวทิตพรหมแล้วท้าวก่ำซึ่งมีตำแหน่ง เป็นเจ้าหน้าที่คอยคุมเลขทหารของนครจำปาศักดิ์อยู่ที่ บ้านคู่ บ้านแก ได้ขอ พระบรมราชานุญาตอพยพครอบครัว ชาวลาวเวียงจันทร์ของตนเข้ามาตั้งฐานใหม่ ที่บ้าน ห้วยแจะระแมท้าวฝ่ายหน้าและท้าวสิงห์ พวกพระวอพระตา ไปตั้งอยู่ที่บ้านสิงห์ก็ได้โปรดเกล้าฯ พระราชทานให้ย้ายไปได้ตามที่ขอบ้านสิงห์ท่าได้รับการพัฒนาให้เจริญขึ้น เพื่อจะได้เป็นเมือง

ต่อไปได้สร้างวัด 2 วัด คือ วัดมหาธาตุ และวัดสิงห์ท่า ใน พ.ศ. 2334 อ้ายเชียงแก้วได้คิดกบฏคุมพวก ล้อมเมืองจำปาศักดิ์ แต่ก่อนที่กองทัพ ที่โปรดเกล้าฯให้ไปรบจะไปถึงพระปทุมสุรราชบ้านห้วยแจะระแม กับท้าวฝ่ายหน้าบ้าน สิงห์ท่าได้รวมกำลังยกไปปราบอ้ายเชียงแก้วได้ราบคาบก่อนเพื่อเป็นบำเหน็จความชอบ รัชกาลที่ 1 ได้โปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะบ้านห้วยแจะระแมขึ้นเป็นเมือง พระราชทานชื่อว่า เมืองอุบลราชธานีเพื่อ เป็นอนุสรณ์ถึงเมืองนครเขื่อนขันธ์ กาบแก้ว บัวบาน

ส่วนทาง บ้านสิงห์เท้านั้นท้าวฝ่ายหน้ามีความดีความชอบ จึงโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นเจ้า พระยาวิชัยราชขัติวงศาครองนครจำปาศักดิ์ ส่วนท้าวสิงห์ผู้เป็นบุตรคนโตโปรดเกล้าฯ ให้เป็นที่ราชวงศ์ (เป็นตำแหน่งลำดับสาม รองจากเจ้าเมือง) ขึ้นกับเจ้าเมืองจำปาศักดิ์ ครั้น พ.ศ. 2357 เมื่อราชวงศ์ (สิงห์) กราบบังคมทูลไม่สมัครใจทำราชการอยู่กับเมือง นครจำปาศักดิ์ก็โปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะบ้านสิงห์ท่าขึ้นเป็นเมือง และพระราชทาน ชื่อว่า เมืองยศสุนทรพร้อมกันนั้นได้ทรงเลื่อนราชวงศ์ พระสุนทรราชวงศา รับตำแหน่งเป็น เจ้าเมืองใหม่คนแรกและขึ้นตรงต่อกรุงเทพฯ พ.ศ. 2436


เมื่อรัชกาลที่ 5 ทรงแก้ไข ปรับปรุงการปกครองท้องถิ่นโดยยุบเมืองเล็กมาเป็นอำเภอหรือตำบลปรากฏว่า พ.ศ. 2443 ได้รวมเมืองยโสธรเข้ามาในบริเวณเมืองอุบลราชธานี แล้วแยกท้องที่ออก เป็น2 อำเภอ เรียกว่าอำเภออุทัยยโสธร แล้วอำเภอประจิมยโสธร ไปรวมตั้งเป็นจังหวัด อุบลราชธานีจนถึงพ.ศ. 2453 จึงย้ายอำเภออุทัยยโสธรออกไปตั้งที่ตำบลลมพุก (ซึ่ง ต่อมาเรียกอำเภอคำเขื่อนแก้ว) ส่วนอำเภอประจิมยโสธร คงตั้งอยู่ในตัวเมืองที่ตำบลในเมือง แล้วเปลี่ยนชื่อเป็นอำเภอยโสธร เมื่อ พ.ศ. 2456 ได้ยกฐานะเป็น เทศบาลตำบล เมื่อ 26 ธ.ค 2487 และได้เปลี่ยนแปลงฐานะเป็นเทศบาลตามประกาศ คณะปฏิวัติฉบับ ที่71 ลงวันที่ 6 ก.พ. 2515 มีผลใช้บังคับ 1 มีนาคม 2515 (เป็นจังหวัด)

อาณาเขต
จังหวัดยโสธรมีเนื้อที่ 4,161 ตารางกิโลเมตร เป็นจังหวัดที่มีขนาดเล็กที่สุดในเขตอีสานตอนล่างเป็นที่ราบสูง มีดินปนทราย ทางทิศเหนือมีภูเขาซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาภูพาน พืชสำคัญๆ ที่ปลูก เช่น ข้าว ปอ มันสำปะหลัง สามารถทำได้เฉพาะฤดูฝนเท่านั้น ในฤดูแล้งมีความแห้งแล้งมาก อากาศร้อนจัด ในฤดูหนาวอากาศหนาวจัด สามารเพาะปลูกพืชผักสวนครัวได้ดี สภาพของป่าเหลือน้อย มีลักษณะเป็นป่าโปร่ง ทางทิศตะวันตกและทิศตะวันออกเป็นที่ราบเหมาะสำหรับเป็นทุ่งเลี้ยงสัตว์ ทางทิศใต้เป็นที่ราบลุ่มเหมาะแก่การทำนา มีแม่น้ำชีไหลผ่าน เป็นระยะทางประมาณ 110 กิโลเมตร
ทิศเหนือติดต่อกับนครพนม และร้อยเอ็ด ทิศใต้ติดต่อ กับศรีสะเกษ ทิศตะวันออกติด ต่อกับอุบลราชธานี ทิศตะวันตกติดต่อกับร้อยเอ็ดห่างจากกระเทพฯ 578 กิโลเมตร พื้นที่ 4,124.2 กิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น 8 อำเภอ คือ อ. เมืองยโสธร อ. คำเขื่อนแก้ว อ. กุดชุม อ. ป่าติ้ว อ. มหาชนะชัย อ. เลิงนกทา อ. ค้อวัง อ. ทรายมูล

อาชีพหลัก
ทำนา ทำไร่ ปอแก้ว เลี้ยงสัตว์ ไร่มันสำปะหลัง

คำขวัญประจำจังหวัด
เมืองประชาธิปไตย บั้งไฟโก้ แตงโมหวาน หมอนขวานผ้าขิต แหล่งผลิตข้าวมะลิ